นิติเวชเผยผลชันสูตร11ศพเหยื่อปะทะถูกยิงด้วยกระสุนความเร็วสูง

12 เมษายน 2553

คณะกรรมการชันสูตรเหยื่อเหตุปะทะ10เมษาฯแถลงผลผ่า 11 ศพพบ 8 รายถูกกระสุนความเร็วสูงยิงเข้าศีรษะ-ท้อง-หน้าอก

คณะกรรมการชันสูตรเหยื่อเหตุปะทะ10เมษาฯแถลงผลผ่า 11 ศพพบ 8 รายถูกกระสุนความเร็วสูงยิงเข้าศีรษะ-ท้อง-หน้าอก

พล.ต.ท. จงเจตน์ อาวเจนพงศ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8)  โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยว่าผล จากการตรวจสอบชันสูตรของคณะกรรมการตรวจชันสูตรพลิกศพ 12 คน ที่ทางโรงพยาบาลตำรวจได้แต่งตั้งขึ้นมา พบว่าผู้เสียชีวิต 11 รายที่ได้ผ่าตัด มี 1 ราย เป็นผู้สื่อข่าวชาวญี่ปุ่น ญาติผู้ตาย และกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐบาลญี่ปุ่น ไม่อยากให้เผยแพร่รายละเอียดการเสียชีวิต

ทำให้เหลือผู้เสียชีวิตอีก 10 รายที่จะชี้แจง โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรก มีผู้เสียชีวิต  8 ราย คณะกรรมการฯให้การวินิจฉัยเป็นเอกฉันท์ว่า ตายจากกระสุนปืนที่มีความเร็วสูงยิง ในจำนวนนี้ 5 ราย กระสุนปืนเข้าทางศรีษะ อีก 3 รายเข้าทางหน้าอก และหน้าท้อง

สำหรับอีก 1 ราย ถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่หน้าอก โดนที่หัวใจ มีการฉีกขาดที่หัวใจมาก แต่ทางคณะกรรมการไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นสามารถจะยืนยันได้ว่าเป็นกระสุนปืนชนิดความเร็วสูงหรือต่ำ ส่วนอีก 1 รายตายจากโรคที่มีอยู่คือเป็นโรคถุงลมโป่งพอง และตับแข็ง เข้าใจว่าเสียชีวิตจากการระบบการหายใจล้มเหลว โดยข้อมูลทั้งหมดนี้จะส่งให่รัฐบาลต่อไป

พล. ต.ท. จงเจตน์ กล่าวว่า จากการเสียชีวิตด้วยกระสุนปืนทั้ง 9 ราย มี 1 รายที่มีเศษของหัวกระสุนอยู่บริเวณศรีษะ คือนายวสันต์ ภู่ทอง อายุ 39 ปี และไม่ทราบชนิดของกระสุน แต่เป็นกระสุนที่มีความเร็วสูง แต่ทั้งหมดนี้ต้องรอให้กองพิสูจน์หลักฐานได้ดำเนินการตรวจต่อไป ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะได้ผลออกมาเมื่อไหร่

พล.ต.ท.จงเจตน์ กล่าวด้วยว่าวิถีของกระสุนนั้นมีทั้งแบบจากหลังไปหน้าและมีบางรายมาจากด้านหน้าไล่เรียงได้ดังนี้

1.นายทศชัย เมฆงามฟ้า อายุ 44 ปี ลักษณะของกระสุนทะลุผ่านหัวใจ เข้าทางด้านหน้าอกซ้าย และทะลุทางด้านหลัง

2.นายสวาท วงงาม อายุ 43 ปี กระสุนปืนเข้าที่ศรีษะ เข้าจากด้านหลังทะลุด้านหน้า

3.นายยุทธนา ทองเจริญพูนพร อายุ 23 ปี กระสุนเข้าจากด้านหลัง ทะลุมาด้านหน้า

4.นายจรูญ ฉายแม้น  อายุ 46 ปี บาดแผลกระสุนปืนเข้าจากด้านหน้าขวา ทะลุผ่านปอด ตับ และไปที่กระดูกสันหลัง

5.นายวสันต์ ภู่ทอง อายุ 39 ปี กระสุนปืนเข้าที่สมอง จากด้านหลังทะลุด้านหน้า

6.นายอำพน ตติยรัตน์ อายุ 36 ปี กระสุนเข้าที่สมอง จากด้านหลังมาด้านหน้า

7.นายไพรศล ทิพย์ลม อายุ 37 ปี กระสุนปืนเข้าที่สมอง แต่เข้าด้านหน้ากลางหน้าผาก ออกที่ท้ายทอยด้านหลัง

8.นายธวัฒนะชัย กลัดสุข อายุ 36 ปี บาดแผลกระสุนปืนทะลุปอด เข้าตับ เส้นเลือดแดงใหญ่เข้าด้านหน้า ออกด้านหลัง

9. นายมนต์ชัย แซ่จอง จากระบบหายใจล้มเหลว

10. ชายไทยไม่ทราบชื่อ กระสุนปืนเข้าทางด้านหน้าผ่านช่องอก ผ่านปอด เส้นเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด

 “มีอยู่รายเดียวที่พบเศษกระสุน แต่ไม่มีรายไหนพบหัวกระสุน โดยวันนี้ข้อมูลต่างๆจะมีการพูดเฉพาะที่มีข้อมูลเท่านั้น และไม่ใช่การสันนิษฐาน ส่วนกระสุนที่ยิงนั้น ตอบได้ว่าเป็นกระสุนที่มีความเร็วสูงเท่านั้น  เรื่องนี้ต้องรอคณะกรรมการในการสอบสวนข้อเท็จจริง ที่รัฐบาลจะตั้งขึ้น ส่วนลักษณะบาดแผลอยู่ที่ท่าผู้ยิงว่านั่ง นอนหรือยืน บอกได้แต่ลักษณะของแผลว่าจากกระสุนที่มีความเร็วสูงและส่วนใหญ่เป็นระยะไกล โดยทางคณะกรรมการฯยืนยันว่ามีรายเดียวที่ระยะไม่ไกลมาก น่าจะไม่เกิน 1 เมตร เป็นระยะประชิด ส่วนที่เหลือเป็นระยะไกล บางศพจะตายทันที แต่เป็นกระสุนจริงทั้งหมด” พล. ต.ท. จงเจตน์

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.เพื่อไทย ในฐานะหนึ่งในคณะกรรมการฯและตัวแทนแพทย์จากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า การตรวจสอบนี้สามารถตอบได้ ว่าเหตุการณ์ตายเกิดจากอะไร ส่วนพฤติกรรมการตาย ด้วยปืนอะไรเป็นความเห็นของผู้เชี่ยวชาญพนักงานสืบสวนที่จะเอาความเห็นทางการแพทย์ไปพิจารณาต่อ

“เท่าที่ตรวจสอบ 9 ราย มี 1 รายที่ผ่านการรักษามีการเจาะเอาเลือดออกจากปอดหลังจากนั้นก็ตายกระสุนเข้าด้านหน้าคือนายจรูญ ฉายแม้น ที่เหลือไม่มีการรักษา โดยสรุปได้ว่า 8 รายเสียชีวิตทันที ผมมั่นใจว่าโปร่งใส เรื่องของความเห็นทางวิชาการผ่านกระบวนการถกเถียงผ่านกระบวนการที่เป็นวิชาการอย่างแท้จริง”นพ.ชลน่าน กล่าว

นพ.ชลน่าน กล่าวว่าขณะนี้มีการชันสูตรศพที่โรงพยาบาลศิริราช 2 ราย ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี 2 ราย ที่โรงพยาบาลวชิรพ 4 ราย (พลเรือน 2 ราย ทหาร 2 ราย) โรงพยาบาลพระมงกุฎ 2 ราย (ทหาร 2 ราย ) โดยมีคำสั่งจากกรมแพทย์ทหารบก ในวันนี้ว่าให้คณะกรรมการทั้ง 12 คน โดยมีนพ.สมชาย ผมเอี่ยมเอกเป็นประธานคณะกรรมการฯ ให้เข้าไปร่วมชันสูตรศพทหารที่เสียชีวิตที่โรงพยาลวชิระและโรงพยาบาลพระมงกุฎ โดยศพทุกศพกรรมการฯชุดนี้จะเข้าไปดูและตนเองก็จะเข้าไปดูเพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรมด้วย

นพ.เชิดชัย ตัยติศิรินทร์ แพทย์ตัวแทนจากนปช.กล่าวว่า คณะกรรมการฯประกอบไปด้วยแพทย์ทรงคุณวุฒิ เชี่ยวชาญด้านนี้ ได้แจ้งให้ทราบว่าการพิสูจน์ต้องโปร่งใส เพราะจะเป็นหลักฐานในการฟ้องร้องหาอาชญากรมาลงโทษในอนาคต เพราะฉะนั้นต้องทำให้ตรงไป ตรงมา

“เราพิสูจน์ว่าคนเสียชีวิตจากเหตุจริง ถูกอาวุธรุนแรงจริง ที่ศรีษะและทรวงอก ส่วนใหญ่เสียชีวิตทันที กระสุนไปถูกหัวใจ หลอดเลือดแดงใหญ่ และที่สมองก็ตายทันที แน่ๆ การพิสูจน์ต่างๆเบื้องต้นนี้เชื่อได้ ”นพ.เชิดชัย กล่าว

Thailand Web Stat