เคอร์ฟิวพ่นพิษผับบาร์ขาดทุนยับ
โพสต์ทูเดย์ — ผับ ร้านอาหาร เรือภัตตาคาร ทั่วกรุงอ่วมหนัก มาตรการ “เคอร์ฟิว” ทำขาดทุนยับ
นายสุรัตน์ วงศ์ชาญศิลป์ รักษาการนายกสมาคมผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสาร เปิดผยว่า การประกาศเคอร์ฟิวของรัฐบาล ส่งผลกระทบต่อธุรกิจผับและร้านอาหารบริเวณถนนข้าวสารอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าคนไทยที่ก่อนหน้านี้ยังเดินทางมาสังสรรค์บ้าง แต่หลังจากประกาศเคอร์ฟิว ลูกค้ากลุ่มนี้หายเกือบทั้งหมด จนบางร้านต้องปิดให้บริการ
ทั้งนี้ ตั้งแต่มีการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา ผู้ค้าย่านถนนข้าวสารสูญเสียรายได้แล้วราว 600700 ล้านบาท จากชาวต่างชาติที่ลดลงกว่า 80% โดยปกตินักท่องเที่ยวเข้าจะพื้นที่ในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซัน) ราว 1 แสนคน/เดือน และช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซัน) เฉลี่ย 3 แสนคน/เดือน
“การยืดระยะเวลาเคอร์ฟิวออกไป จะทำให้ธุรกิจยิ่งได้รับความเสียหาย แต่เพื่อความปลอดภัยผู้ค้ายินดีให้ความร่วมมือ ส่วนมาตรการขอความช่วยเหลือคาดอีก 23 วัน จะหารือร่วมกัน” นายสุรัตน์ กล่าว
นายประสิทธิ์ วิชัยสุชาติ เลขาธิการสมาคมเรือไทย กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการเรือภัตตาคารที่ให้บริการบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาจำนวน 28 ลำ เฉลี่ยความจุ 200300 คน/ลำ และ 400600 คน/ลำ ได้หยุดให้บริการทั้งหมด ตั้งแต่ประกาศเคอร์ฟิววันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากลูกค้าคนไทยไม่กล้าออกจากบ้านในช่วงค่ำ เพราะกลัวกลับเข้าบ้านไม่ทันเวลา
“เรือภัตตาคารได้รับผลกระทบจากชาวต่างชาติลดลงตั้งแต่การชุมนุมในช่วงแรก แต่ยังมีลูกค้าคนไทยบ้าง พอประกาศเคอร์ฟิว ทำให้ต้องหยุดการให้บริการทั้งหมด ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ประเมินความเสียหาย” นายประสิทธิ์กล่าว
นายสุพจน์ ธีระวัฒนชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงเบียร์ตะวันแดง ผู้บริหารโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง กล่าวว่า ได้ปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1622 พ.ค. สูญรายได้รวม 10 ล้านบาท โดยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่เกิดปัญหาทางการเมือง เมื่อรัฐบาลขยายเวลาเคอร์ฟิว ปัจจุบันเปิดบริการถึงเวลา 22.00 น.
“ผมยืนยันว่าจะไม่ปลดพนักงานกว่า 700 คนออก แต่จะให้ความช่วยเหลือเต็มความสามารถ ซึ่งสาขาพระราม 3 ได้รับผลกระทบหนัก เพราะอยู่ใกล้พื้นที่ชุมนุม ซึ่งเร็วๆ นี้บริษัทจะออกแคมเปญสร้างขวัญและกำลังใจให้กับลูกค้ากลับมาใช้บริการ” นายสุพจน์ กล่าว