บลจ.บัวหลวงจับมือแม่ลุยงานตลาดนัดกองทุน

16 กันยายน 2553

บลจ.บัวหลวงและธนาคารกรุงเทพ จับมือให้บริการคำแนะนำการลงทุน พร้อมส่งโปรโมชั่นส่งเสริมการขายเอาใจนักลงทุนในงานตลาดนัดกองทุน 16-19 ก.ย.นี้

บลจ.บัวหลวงและธนาคารกรุงเทพ จับมือให้บริการคำแนะนำการลงทุน พร้อมส่งโปรโมชั่นส่งเสริมการขายเอาใจนักลงทุนในงานตลาดนัดกองทุน 16-19 ก.ย.นี้

นายวศิน วัฒนวรกิจกุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) บัวหลวง เปิดเผยว่า ในงาน Mutual Fund Fair@เดอะมอลล์ บางแคนี้ บลจ.บัวหลวง และธนาคารกรุงเทพ มีเป้าหมายร่วมกันในการส่งเสริมการลงทุนแก่ผู้สนใจเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุน และผู้ที่ต้องการลงทุนในกองทุน เพื่อจุดประสงค์ในการลดหย่อนภาษี ดังนั้น ภายในงาน ท่านนักลงทุน จะได้พบกับทีมงานแนะนำการลงทุน เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เหมาะสมกับความต้องการของนักลงทุน พร้อมกันนี้ ยังได้จัดทำโปรแกรมส่งเสริมการขาย เพื่อขอบคุณแก่นักลงทุนที่ให้ความสนใจและเข้ามาลงทุนในงาน

นายวศิน กล่าวต่อว่า โปรแกรมส่งเสริมการขายในครั้งนี้ แบ่งตามประเภทของวัตถุประสงค์ของนักลงทุน ประกอบด้วย นักลงทุนที่สนใจในกองทุนเพื่อการลดหย่อนภาษี ได้แก่ กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เมื่อลงทุนในงาน ตั้งแต่ 50,000 ถึง 99,999 บาท รับกระเป๋าเดินทาง เมื่อลงทุนตั้งแต่ 100,000 ถึง 299,999 บาท รับเตาแก๊สปิคนิค เมื่อลงทุนตั้งแต่ 300,000 ถึง 499,999 บาท รับหม้อสุกี้เอนกประสงค์ เมื่อลงทุนตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป รับพัดลมทาวเวอร์ นอกจากนี้ นักลงทุนยังจะได้รับโบนัสพิเศษเพิ่มเติม เมื่อลงทุนในกองทุน LTF/RMF ทุกๆ 50,000 บาท จะได้รับบัตรกำนัลเดอะมอลล์ มูลค่า 200 บาท พิเศษเฉพาะในงานนี้เท่านั้น

สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศและ สามารถลงทุนระยะยาวได้  กองทุนเปิดบัวหลวงโกลด์ฟันด์ (BGOLD) และกองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลเฮลธ์แคร์ (BCARE) เป็นทางเลือกหนึ่ง โดยถ้าลงทุนในงานนี้ นักลงทุนจะได้รับบัตรกำนัล เดอะมอลล์ มูลค่า 100 บาทสำหรับการลงทุนทุกๆ 50,000 บาท รับสูงสุดถึง 2,000 บาท

BCARE เป็นกองทุนที่ลงทุนในกองทุนต่างประเทศ Wellington’s Global Health Care Equity Class A ที่จะลงทุนในหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ทั่วโลก โดยเน้นไปที่กลุ่มอุตสาหกรรมยาและเภสัชกรรม เทคโนโลยีชีวภาพและเภสัชกรรมเฉพาะทาง ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ และบริการทางสุขภาพใน 3 ภูมิภาคทั่วโลก คือ ทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปยุโรป และทวีปเอเชีย ทั้งนี้ แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่มีการฟื้นตัว จะส่งผลให้กำลังซื้อของประเทศที่มีประชากรจำนวนมาก อย่างเช่น ประเทศจีน ประเทศอินเดีย หรือในกลุ่มประเทศอเมริกาใต้ เช่น ประเทศบราซิล เพิ่มขึ้น การยกระดับคุณภาพชีวิตน่าจะเพิ่มขึ้นตาม การเลือกรับประทานอาหาร อาหารเสริม การรักษาสุขภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ ก็จะมีส่วนกระตุ้นให้ความต้องการผลิตภัณฑ์และบริการด้านสุขภาพเพิ่มมากขึ้น ในที่สุดส่งผลต่อการปรับตัวที่ดีขึ้นของผลตอบแทนจากการลงทุนในกลุ่มเฮลธ์แคร์  

สำหรับ BGOLD เป็นกองทุนทองคำที่ลงทุนใน SPDR Gold Trust (ETF) ที่จดทะเบียนซื้อขายที่ตลาดหลักทรัพย์ของประเทศสิงคโปร์ จากกระแสความนิยมการลงทุนในทองคำที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งในภาคการเงิน และประชาชนทั่วไป ทำให้กองทุน BGOLD ได้รับความนิยม และถือเป็นทางเลือกในการกระจายการลงทุน และสร้างผลตอบแทนในระยะยาวแทนการลงทุนในทองคำโดยตรง นักลงทุนควรสะสมไว้ในพอร์ตการลงทุน ทั้งนี้ เพราะทองคำถูกใช้เป็นเครื่องมือในการรักษาระดับความมั่งคั่ง (Wealth Preservation) อีกทั้งในภาวะเงินเฟ้อราคาทองคำมักจะปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วย  โดยคาดว่าความต้องการลงทุนในทองคำยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ นักลงทุนท่านใดที่ต้องการลงทุนระยะยาวและยังนำเงินลงทุนไปลดหย่อนภาษีได้ ท่านสามารถเลือกลงทุนกองทุนเปิดบัวหลวงโกลด์เพื่อการเลี้ยงชีพ (BGOLDRMF) ได้อีกด้วย
 

Thailand Web Stat