เปิดกฎหมาย เลี่ยงภาษีการรับให้ ข้อหาใหญ่ซักฟอก นายกแพทองธาร

24 มีนาคม 2568

เปิดกฎหมาย ภาษีการรับให้ หลังฝ่ายค้านตั้งข้อหาใหญ่ นายกเจตนาทำนิติกรรมอำพรางเพื่อหลบเลี่ยงภาษี หลักภาษีเป็นอย่างไร ใครบ้างต้องเสียภาษี และเสียในอัตราเท่าไร

การอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกแพทองธาร ชินวัตร วันแรก มีประเด็นร้อนจากการอภิปรายของนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส. พรรคประชาชน ว่านายกรัฐมนตรีหลบเลี่ยง ภาษีการรับให้ ตั้งแต่ปี 2559 โดยใช้นิติกรรมอำพรางผ่านตั๋วสัญญาใช้เงิน (PN) และ

หลังจากการอภิปรายครั้งนี้จะยื่นต่อ คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) ดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนต่อไป 


อ่านข่าวประกอบ "วิโรจน์"ซักฟอกนายกฯอิ๊งค์ใช้นิติกรรมอำพรางมีเจตนาเลี่ยงภาษี

 

วันนี้เรามาทำความเข้าใจในประเด็นที่เป็นประเด็นร้อนดังกล่าว ก็คือ ภาษีรับให้ หรือ Gift Tax  หลักการอย่างไร ใครบ้างต้องเสียภาษี  ต้องเสียอย่างไร 
 

เปิดกฎหมาย เลี่ยงภาษีการรับให้ ข้อหาใหญ่ซักฟอก นายกแพทองธาร

ภาษีการรับให้ (Gift Tax) คืออะไร 

ภาษีการรับให้ หรือเรียกทั่วไปว่า ภาษีการให้ (Gift Tax) คือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่จัดเก็บจากทรัพย์สินที่ให้หรือรับแก่บุตร คู่สมรส ญาติ หรือบุคคลอื่น ก่อนผู้ให้เสียชีวิต

ทั้งนี้ ภาษีการรับให้มีขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับการจัดเก็บภาษีการรับมรดก ป้องกันไม่ให้เกิดการหลีกเลี่ยงภาษีการรับมรดก

 

ภาษีการรับให้ มีผลใช้บังคับเมื่อใด

มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 เป็นต้นไป ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 40) พ.ศ. 2558 และ (ฉบับที่ 43) พ.ศ. 2559
ใครคือผู้มีหน้าที่เสียภาษีการรับให้

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีการรับให้ มีดังนี้

1. กรณีการให้อสังหาริมทรัพย์ กำหนดให้ผู้ที่โอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษี ได้แก่ บิดาและหรือมารดาผู้โอนกรรมสิทธิ์ให้บุตรชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม (มาตรา 42(26))

2. กรณีการให้สังหาริมทรัพย์

- บุคคลธรรมดาผู้ได้รับเงินได้จากการอุปการะหรือจากการให้โดยเสน่หาจากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส เฉพาะเงินได้ในส่วนที่เกินกว่า 20 ล้านบาทในแต่ละปีภาษี (มาตรา 42(27))

- บุคคลธรรมดาผู้ได้รับเงินได้จากการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยาหรือจากการให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณีจากบุคคลอื่น ซึ่งมิใช่บุพการี ผู้สืบสันดาน คู่สมรส เฉพาะเงินได้ส่วนที่เกินกว่า 10 ล้านบาท ในแต่ละปีภาษี (มาตรา 42(28))
 

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีการรับให้ ต้องเสียภาษีในอัตราดังนี้

 

1. กรณีการให้อสังหาริมทรัพย์ ผู้โอนเสียภาษีขณะที่มีการจดทะเบียนสิทธิหรือนิติกรรม ณ สำนักงานที่ดิน อัตราร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับในส่วนที่เกิน 20 ล้านบาท หรือนำไปรวมคำนวณกับเงินได้พึงประเมินอื่นก็ได้

 

2. กรณีการให้สังหาริมทรัพย์ ผู้รับเสียภาษีอัตราร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับในส่วนที่เกิน 20 ล้านบาท หรือ 10 ล้านบาท หรือนำไปรวมคำนวณกับเงินได้พึงประเมินอื่นก็ได้

 

การคำนวณภาษีการรับให้ ร้อยละ 5 มีวิธีคำนวณอย่างไร

การคำนวณภาษีการรับให้ กรณีการให้อสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์ ต้องเสียภาษีอัตราร้อยละ 5 ของส่วนที่เกินกว่า 10 ล้านบาท หรือ 20 ล้านบาท (แล้วแต่กรณี) โดยวิธีการคำนวณ คือ

ส่วนที่เกิน 10 ล้านบาท หรือ 20 ล้านบาท × อัตราภาษี ร้อยละ 5 = ภาษีที่ต้องเสีย

 

ตัวอย่างที่ 1

บิดายกที่ดินให้บุตรชอบด้วยกฎหมาย ราคาประเมินของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ 22 ล้านบาท บิดาผู้ให้จะต้องเสียภาษี 100,000 บาท ซึ่งคำนวณจาก 2 ล้านบาท × ร้อยละ 5

 

ตัวอย่างที่ 2

งานแต่งงานของหลาน คุณป้าได้ให้เงิน 5 ล้านบาท และให้ทองมูลค่า 6 ล้านบาท หลานซึ่งเป็นผู้รับจะต้องเสียภาษี 50,000 บาท ซึ่งคำนวณจาก 1 ล้านบาท × ร้อยละ 5

 

กรณีที่คำนวณภาษีการรับให้ในอัตราร้อยละ 5 แล้ว ต้องนำภาษีที่คำนวณได้มายื่นแบบ ภ.ง.ด.90 รวมกับเงินได้อื่นหรือไม่

ผู้เสียภาษีมีสิทธิเลือกเสียภาษีในอัตราร้อยละ 5 โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณกับเงินได้อย่างอื่นในปีภาษีนั้น หรือเลือกนำไปรวมกับเงินได้อื่นเพื่อคำนวณภาษีตามปกติก็ได้

 

กรณีที่ผู้เสียภาษีเลือกเสียภาษีโดยไม่นำไปรวมคำนวณกับเงินได้อย่างอื่นในปีภาษี ต้องยื่นแบบแสดงรายการอย่างไร

 

1. กรณียื่นแบบกระดาษ ให้ระบุจำนวนเงินได้ จำนวนภาษี ในรายการ เงินได้จากการให้หรือการรับ (โดยเลือกเสียภาษีในอัตราร้อยละ 5 ของเงินได้เฉพาะส่วนที่ไม่ได้รับยกเว้นตามมาตรา42(26) (27) (28))

2. กรณียื่นแบบออนไลน์ ผ่านระบบ E-Filing เลือก เงินได้จากการให้หรือการรับ (มาตรา 40(8)) ระบุเงินได้พึงประเมิน ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (เฉพาะกรณีโอนกรรมสิทธิ์/สิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์) และทำเครื่องหมายหน้าข้อความ O ต้องการเสียภาษีโดยไม่รวม

 
ผู้ให้ซึ่งเป็นบุพการี หมายถึง บุคคลใดบ้าง

บุพการี หมายถึง บิดามารดา ปู่ย่า ตายาย ทวด

 

ผู้ให้ซึ่งเป็นผู้สืบสันดาน หมายถึง บุคคลใดบ้าง

ผู้สืบสันดาน หมายถึง บุตร (รวมบุตรบุญธรรม/บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว) หลาน เหลน

 

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีการรับให้ ต้องยื่นแบบฯ ภายในเมื่อใด

ภาษีการรับให้ถือเป็นเงินได้ประเภทที่ 8 ผู้มีหน้าที่เสียภาษีการรับให้ ต้องนำเงินได้ที่เกิดในระหว่างเดือนมกราคม ถึง เดือนมิถุนายน ยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 ภายในเดือนกันยายนของปีภาษี และ

นำรายได้ระหว่างเดือนมกราคม ถึง เดือนธันวาคม ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ภายในเดือนมกราคม ถึง เดือนมีนาคม ของปีถัดจากปีภาษี และ

หากยื่นแบบฯ ผ่านอินเทอร์เน็ตได้รับขยายเวลาออกไปอีก 8 วัน          


 

Thailand Web Stat