WHA เบรก WHAID เทรดหุ้นไทย! วอนเลิกชอร์ตเซล-ฟื้นธรรมาภิบาล

WHA เบรก WHAID เทรดหุ้นไทย! วอนเลิกชอร์ตเซล-ฟื้นธรรมาภิบาล

17 มีนาคม 2568

WHA ชะลอแผน WHAID เข้าตลาดหุ้นไทย เหตุภาวะไม่เอื้อ "จรีพร จารุกรสกุล" วอนหน่วยงานตลาดทุน "ยกเลิกชอร์ตเซล" ฟื้นเชื่อมั่น "ธรรมาภิบาล"

KEY

POINTS

  • WHA ชะลอแผนนำ "ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ (WHAID)" เข้าตลาดหุ้น
  • เหตุสภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ตลาดทุนไทยผันผวนหนัก ไม่เอื้อต่อแผนระดมทุน
  • ชงหน่วยงานตลาดทุน "ยกเลิกชอร์ตเซล" ฟื้นเชื่อมั่น "ธรรมาภิบาล"  

บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA แจ้งมติคณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับการชะลอแผนการออกและเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก และการนำหุ้นสามัญของ "บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAID" เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯและปรับโครงสร้างการถือหุ้น "บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP" เนื่องด้วยสภาวการณ์ตลาดทุนที่มีความผันผวนมาก การตัดสินใจเดินหน้าธุรกรรมตามแผน IPO ในสถานการณ์เช่นนี้อาจไม่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อ WHA และผู้ถือหุ้น 

WHA คงเชื่อมั่นในแผนการลงทุนเพื่อสร้างโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยยังคงวางเป้ารายได้และส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้น 2.9 เท่าในปี 2573 จากการเติบโตของทั้ง 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจโลจิสติกส์, ธุรกิจโมบิลิตี้, ธุรกิจพัฒนานิคมอุตสาหกรรม, ธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน และธุรกิจดิจิทัล พร้อมคงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง

"จรีพร จารุกรสกุล" ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม WHA ยอมรับว่าแผนไอพีโอของ WHAID และการปรับโครงสร้างการถือหุ้นใน WHAUP ได้เตรียมการมาระยะเวลาหนึ่ง ผ่านกระบวนการพิจารณาวางแผนร่วมกับที่ปรึกษาด้านต่างๆอย่างรอบคอบในช่วงปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้บริษัทเชื่อมั่นว่าแผน IPO นี้จะสามารถสร้างประโยชน์ เพิ่มความสามารถในการเติบโต และเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทและผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืนในระยะยาว

แต่ด้วยสถานการณ์ที่สภาวะตลาดทุนของประเทศไทยมีความผันผวนมากจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ประกอบกับการรับฟังมุมมองและข้อคิดเห็นเพิ่มเติมจากนักวิเคราะห์ นักลงทุนสถาบัน นักลงทุนรายย่อย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง

หลังจากประกาศแผน IPO ของ WHAID ก่อนหน้านี้ บริษัทจึงตัดสินใจชะลอแผน IPO ของ WHAID และการปรับโครงสร้างการถือหุ้นใน WHAUP ออกไปก่อน เพื่อให้การดำเนินธุรกรรมดังกล่าวเกิดประโยชน์สูงสุด และมีความชัดเจนต่อผู้ถือหุ้น

"เรามุ่งมั่นสร้างการเติบโตของธุรกิจ ตลอดจนการสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียในทุกส่วน ซึ่งบริษัทสามารถใช้กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และการจัดหาแหล่งเงินทุนต่างๆ มาลงทุนตามแผนธุรกิจและงบลงทุน โดยยังคงรักษาอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อทุนในระดับต่ำกว่า 1.20 เท่า แม้จะชะลอแผนไอพีโอของ WHAID"

ถามว่า อยากให้หน่วยงานตลาดหุ้นไทยออกมาตรการอะไรเพื่อกระตุ้นตลาดและสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ตรงจุดหรือไม่ ?

"ความคิดเห็นส่วนตัวอยากให้ยกเลิกชอร์ตเซล เพราะที่ราคาหุ้น WHA ร่วงก็เกิดด้วยเหตุนี้ส่วนหนึ่ง อีกทั้งอยากให้ยกระดับธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียนเพื่อฟื้นความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทยให้กลับคืนมา"

ปัจจุบัน WHA มองเห็นโอกาสการเติบโตและวางเป้าหมายของแต่ละธุรกิจ ดังนี้

"ธุรกิจโลจิสติกส์" เตรียมขยายธุรกิจโลจิสติกส์ทั้งในไทยและเวียดนาม โดยเน้นพื้นที่ยุทธศาสตร์ เช่น สมุทรปราการ EEC และเมืองรองของประเทศไทย รวมทั้งขยายคลังสินค้าขนาดใหญ่ในเวียดนาม เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซและอุตสาหกรรมส่งออก

ตั้งเป้าสร้างโครงการใหม่ประมาณ 200,000 ตารางเมตร ภายในปี 2568 ซึ่งจะทำให้สินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการเพิ่มเป็นประมาณ 3,309,000 ตารางเมตร และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 4,297,000 ตารางเมตร ในอีก 5 ปีข้างหน้า

นอกจากนี้ บริษัท ดับบลิวเอชเอ จีซี โลจิสติกส์ จำกัด (WGCL) มุ่งสู่การยกระดับให้บริการขนส่งและคลังสินค้า (3PL) ไปสู่การวางแผน ออกแบบ และบูรณาการระบบโลจิสติกส์อย่างครบวงจร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดให้กับบริษัทและลูกค้า (4PL) โดยอาศัยจุดแข็งและความเชี่ยวชาญร่วมของ WHA และ PTTGC เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในธุรกิจโลจิสติกส์

"ธุรกิจโมบิลิตี้" ภายใต้แบรนด์ Mobilix เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ซึ่งในปัจจุบันประกอบไปด้วย 3 บริการหลัก ได้แก่ บริการให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้าบริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และโมบิลิกส์ซอฟต์แวร์โซลูชัน  เน้นให้บริการกลุ่มลูกค้า B2B โดยตั้งเป้าจำนวนผู้ใช้บริการรถเช่าสะสมจำนวน 1,700 คันภายในปี 2568 และเป็น 20,000 คัน ภายในปี 2572

"ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม" ยังเติบโตต่อในฐานะผู้นำในตลาดนิคมอุตสาหกรรมของประเทศไทย และเร่งขยายการเติบโตในประเทศเวียดนาม เพื่อดึงดูดนักลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มดาต้าเซนเตอร์ และกลุ่มสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

โดยตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวนนิคมอุตสาหกรรมและเขตประกอบการอุตสาหกรรมในประเทศไทยและประเทศเวียดนามจากทั้งหมด 15 แห่งเป็น 17 แห่งภายในปี 2568 นอกจากนี้ WHAID ตั้งเป้าที่จะพัฒนาที่ดินอุตสาหกรรมในอีก 5 ปีข้างหน้า เพิ่มอีก 12,700 ไร่ รวมเป็น 88,000 ไร่

ล่าสุด WHAID ประกาศเดินหน้าโครงการนิคมอุตสาหกรรม WHA Eastern Seaboard Industrial Estate 5 (WHA ESIE 5) เฟสที่ 1 บนพื้นที่กว่า 4,000 ไร่ ในพื้นที่อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง พร้อมให้นักลงทุนเริ่มเข้าก่อสร้างได้ปลายปี 2568 เน้นรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สินค้าอุปโภคบริโภค อุตสาหกรรมสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า อุตสาหกรรมดาต้าเซนเตอร์ ผลักดันไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมแห่งอนาคตระดับโลก

"ธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน" ธุรกิจสาธารณูปโภคมุ่งขยายธุรกิจน้ำอุตสาหกรรมและบำบัดน้ำเสียทั้งในประเทศไทยและประเทศเวียดนาม โดยจะเดินหน้าพัฒนา Smart Water Solutions เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการ โดยตั้งเป้ายอดจำหน่ายน้ำและบำบัดน้ำเสียรวม 173 ล้านลูกบาศก์เมตรในปี 2568 และเพิ่มเป็นประมาณ 280 ล้านลูกบาศก์เมตรในปี 2572

ธุรกิจพลังงาน มุ่งขยายการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนทั้งในประเทศไทยและประเทศเวียดนาม ควบคู่การพัฒนาโซลูชันพลังงานใหม่ โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดเป็น 1,185 เมกะวัตต์ภายในปี 2568 และเพิ่มเป็นประมาณ 1,600 เมกะวัตต์ในปี 2572

และ "ธุรกิจดิจิทัล" ช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการนำเทคโนโลยีต่างๆ เช่น AI และ IoT มาประยุกต์ใช้ในแต่ละธุรกิจภายในกลุ่มบริษัทเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินงาน โดยตั้งเป้าพัฒนา 5 แอปพลิเคชันใหม่ ภายในปี 2568

Thailand Web Stat