
หุ้นอสังหาทรุด! ORI ร่วงนำกลุ่มรับแผ่นดินไหวพม่าเขย่าเชื่อมั่น
ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น "กลุ่มอสังหาริมทรัพย์" ในช่วงเช้านี้ (31 มี.ค.68) ปรับตัวร่วงแรงหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวเมียนมาสะเทือนแรงอสังหาในกรุงเทพสร้างความเสียหายและฉุดความเชื่อมั่นโครงการคอนโดมิเนียม
สะท้อนผ่านราคาหุ้นของ "บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI" ปิดการซื้อขายในช่วงเช้าวันนี้ (31 มี.ค.68) อยู่ที่ 1.94 บาท ลดลง -0.34 บาท คิดเป็น -14.91% มูลค่าการซื้อขาย 80.63 ล้านบาท
หุ้น "บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN" ปิดที่ 1.97 บาท ลดลง -0.07 บาท คิดเป็น -3.43% มูลค่าการซื้อขาย 4.33 ล้านบาท, "บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN" ปิดที่ 0.47 บาท ลดลง -0.07 บาท คิดเป็น -12.96% มูลค่าการซื้อขาย 10.74 ล้านบาท
ขณะที่หุ้น "บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE" ปิดที่ 2.14 บาท ลดลง -0.22 บาท คิดเป็น -9.32% มูลค่าการซื้อขาย 4.51 ล้านบาท
ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในกรุงเทพ เมื่อวันที่ 28 มี.ค.2568 ส่งผลเสียหายต่อโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั่วกรุงเทพ โดยฝ่ายวิเคราะห์มองเป็นผลเชิงลบต่อผลการดำเนินงานต่อกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ทั้งกลุ่มและกระทบต่อผลดำเนินงานในอนาคตด้วยปัจจัยต่างๆดังนี้
1.ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของผู้พัฒนาโครงการเนื่องจากบางโครงการอาจไม่มีการรับประกันส่งผลให้ทาง Developer ต้องมีการรับผิดชอบในส่วนของการซ่อมแซมอาคาร ทำให้ค่าใช้จ่าย SG&A มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาสถัดๆไป
2.เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ซื้อ และอาจส่งผลให้ผู้ซื้อมีการชะลอการตัดสินใจการซื้อของโครงการไปก่อนโดยเฉพาะโครงการที่เป็นคอนโดเนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย
3.ยอดขายปีนี้มีโอกาสพลาดเป้า จากทั้ง Developer ตัดสินใจเลื่อนเปิดโครงการ เพื่อเพิ่มมาตรฐานการออกแบบโครงการให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น และจากการชะลอการตัดสินใจซื้อโครงการแนวสูง
4.การแข่งขันด้านราคาที่อยู่ในระดับสูง มีโอกาสแข่งขันดุเดือดต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มยอดขายในช่วงที่ตลาดอ่อนแอ กดดัน Gross Margin ให้อยู่ในระดับตํ่า
ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้ผู้ซื้อมีความสนใจซื้อโครงการแนวราบเพิ่มมากขึ้นซึ่งเป็น Demand ที่ย้ายมาจากกลุ่มโครงการคอนโด โดยมองกลุ่มหุ้นที่ได้รับประโยชน์ ได้แก่ กลุ่มหุ้นที่มีสัดส่วนโครงการแนวราบสูงอาทิ QH และ LH ที่ปีนี้จะมีการเปิดตัวโครงการเพียงแค่โครงการแนวราบ
ขณะที่ AP และ SPALI มีโครงการใน Inventory เป็นโครงการแนวราบอยู่มาก จะได้รับอานิสงส์จาก Demand แนวราบที่สูงขึ้น
ด้าน CPN มองว่าโครงการคอนโดพร้อมโอนในปัจจุบันมีสัดส่วนหลักเป็นโครงการที่อยู่ต่างจังหวัด ขณะที่ในกรุงเทพมีโครงการแนวราบมากกว่าจึงคาดว่าได้รับผลกระทบจำกัด
นอกจากนี้ ฝ่ายวิเคราะห์มองว่า Developer ที่มีสัดส่วนโครงการคอนโด Low Rise (8 ชั้น) คาดว่าจะได้รับผลกระทบตํ่ากว่ากลุ่มคอนโด High Rise โดย ASW เป็น Developer ที่มีสัดส่วนโครงการคอนโด Low Rise อยู่ที่ 90%
ขณะที่ Developer อย่าง ANAN, SC และ ORI มีสัดส่วนโครงการจากคอนโดค่อนข้างสูง เป็นโครงการคอนโด High Rise และมีสัดส่วนรายได้และโครงการส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพ อาจจะได้รับแรงกดดันมากกว่า
ฝ่ายวิเคราะห์แนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ชั่วคราว เพื่อรอความเชื่อมั่นในตลาดให้ฟื้นตัวก่อน
ขาย ORI-LPN
ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่า แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ประเทศไทย ประเมินผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.4 แมกนิจูด (ใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์) ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมาและรับรู้ได้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า เบื้องต้นผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมหลักของไทยมีจำกัด เมื่อเทียบกับเหตการณ์สึนามิที่ภาคใต้ในปี 2004 และน้ำท่วมใหญ่ในปี 2011
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้จะส่งผลกระทบในระยะสั้น โดยจะกระทบเชิงลบมากกว่าบวก และกับหุ้นในบางกลุ่มอุตสาหกรรมเท่านั้น
หนึ่งในนั้นมองว่าเป็น sentiment เชิงลบต่อความเชื่อมั่นในการซื้อที่อยู่อาศัยที่เป็นอาคารสูง เช่น คอนโดมิเนียม จากความกังวลด้านความปลอดภัย ส่งผลให้ผู้บริโภค อาจเปลี่ยนการตัดสินใจไปซื้อที่อยู่อาศัยแนวราบหรือคอนโดมิเนียมที่เป็นอาคารที่ไม่สูงมาก (low rise building) มากขึ้น รวมถึงอาจทำให้โครงการคอนโดที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างต้องล่าช้าออกไปเพื่อรอการตรวจสอบความปลอดภัย
ขณะที่อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการซ่อมแซมคอนโดมิเนียมที่อยู่ระหว่างการขายที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ผู้ประกอบการที่เน้นคอนโดแนวสูงมากกว่าที่อยู่อาศัยแนวราบได้แก่ ANAN (no coverage), ORI (ขาย/เป้า 2.90 บาท), LPN (ขาย/เป้า 1.80 บาท)
หวั่นความปลอดภัยกระทบ 4 หุ้นคอนโด
บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ระบุว่า กลุ่มที่พักอาศัยได้รับผลกระทบทางลบ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมประเภท High rise จากความกังวลเรื่องความปลอดภัยของโครงสร้างและความล่าช้าของโครงการ หุ้นที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากคือบริษัทที่มีโครงการคอนโดเป็นสัดส่วนสูง 70-90% คือ NOBLE, ORI, ANAN, LPN
บริษัทที่มีรายได้คอนโด 30-50% เป็น AP, SIRI, SPALI, SC ด้าน LH, QH, PSH จะมีสัดส่วนคอนโดน้อย ส่วนใหญ่เป็นบ้านแนวราบ และทาวเฮาส์
ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่ายอดขายและยอดโอนรับรู้รายได้คอนโดจะชะลอตัวลง และผู้ประกอบการน่าจะมีการทำโปรโมชั่นเพื่อระบายสต็อกยังผลให้จะมีความเสี่ยงต่ออัตรากำไรที่อาจจะลดลงบาง อย่างไรก็ดี LPN แม้ว่ามีคอนโดเป็นสัดส่วนที่สูง แต่ตามกระแสข่าวระบุว่าโครงการได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวไม่มาก ด้านโครงการแนวราบ ทั้งทาวเฮาส์ และบ้านเดียวรวมถึงคอนโด Low rise (ไม่เกิน 9 ชั้น) มีโอกาสได้รับผลบวกเล็กน้อย
ด้าน บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า สถานการณ์แผ่นดินไหวเมียนมาร์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบเชิงลบต่อกลุ่มอสังหาฯ โดยเฉพาะที่เน้นโครงการแนวสูง ได้แก่ ORI ANAN NOBLE ASW LPN
ส่วนผู้เล่นที่มีสัดส่วนแนวราบสูงกว่า เช่น BRI LH QH SC AP SPALI คาดกระทบจำกัดกว่า