GULF หุ้นโครงสร้างพื้นฐานยักษ์ใหญ่ ตอบรับเมกะเทรนด์ ESG - Net Zero
เบอร์หนึ่งโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ!
"บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF" ขึ้นแท่นผู้นำด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย ที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและพลังงานของประเทศ ด้วยมูลค่าตลาด(Market Cap)ที่อยู่ในระดับแถวหน้าของตลาดหุ้นไทย พร้อมขยายธุรกิจไปสู่โครงการพลังงานหมุนเวียน และธุรกิจดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์สำคัญของโลกในยุคอนาคต
"โพสต์ทูเดย์" จะพานักลงทุนรู้จักพื้นฐานหุ้น "GULF" ศักยภาพการเติบโตในอนาคต และปัจจัยที่นักลงทุนต้องพิจารณา ก่อนตัดสินใจลงทุนในหุ้นโครงสร้างพื้นฐานที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว
"GULF" ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding company) โดยมีบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจหลัก 3 ธุรกิจ คือ พลังงาน, โครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค, และดิจิทัล ทุนจดทะเบียนและเรียกชําระแล้ว 14,939,837,683 หุ้น พาร์หุ้นละ 1 บาท รวมทุนชําระแล้ว 14,939,837,683 บาท
แน่นอนว่า.. GULF ในเวอร์ชั่นอัพเกรดนี้ ได้ประโยชน์จากการควบรวมเต็มที่ โดยเฉพาะฐานะทางการเงินที่แข็งแรงขึ้น เพราะด้วยการถือหุ้นโดยตรงใน "บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC" สัดส่วน 40% ซึ่งจะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเข้ามาได้ไม่ต่ำกว่า 3,500 ล้านบาทต่อปี บวกกระแสเงินสดและเงินปันผลมากกว่า 6,000 ล้านบาทต่อปี รวมถึงอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) ลดลงเหลือ 0.8 เท่า จากเดิมไม่เกิน 1.8 เท่า
ผสานกับอันดับเครดิตเรทติ้งปรับตัวสูงขึ้นในอนาคตนั้นจะช่วยให้ต้นทุนทางการเงินของ GULF ลดลง จากเดิมที่มีต้นทุนเงินกู้ที่ระดับ 3% ล่าสุด GULF ได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรจาก “A+” เป็น “AA-” โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด (TRIS) พร้อมเพิ่มอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของบริษัทฯ เป็น “AA-” จาก “A” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่”
การปรับเพิ่มอันดับเครดิตครั้งนี้สะท้อนสถานะทางการเงินของ GULF ที่แข็งแกร่งขึ้น ภายหลังการควบรวมกิจการกับบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH ตลอดจนกระแสเงินสดที่มั่นคง การกระจายการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
ตลอดจนได้รับเงินปันผลที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจาก ADVANC นอกจากนี้ การควบรวมกิจการยังช่วยลดความซับซ้อนในการดำเนินงาน และเสริมสร้างศักยภาพร่วมกันระหว่างธุรกิจพลังงานและธุรกิจดิจิทัล
GULF ก้าวสู่บริษัทพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาค พร้อมศักยภาพในการขยายโอกาสการลงทุนสู่ภาคธุรกิจที่หลากหลาย โดยเฉพาะธุรกิจพลังงานและธุรกิจดิจิทัล ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญสร้างการเติบโตระยะยาว อีกทั้งมีโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่งและครบวงจรยิ่งขึ้น ครอบคลุมธุรกิจพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน ดิจิทัล และการลงทุน
จับตา! แผนการลงทุนใหม่
สิ่งที่น่าติดตามต่อจากนี้คือ ภายหลังการปรับโครงสร้างของทั้งสององค์กรแล้วเสร็จสมบูรณ์ เกมต่อจากนั้นคาดว่าน่าจะยกระดับมากขึ้น อีกทั้งแผนการลงทุน 5 ปี งบลงทุนราว 100,000 ล้านบาทนั้น นอกจากลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาดแล้วยังมีแผนขยายในมิติอื่นๆอีกหรือไม่
ที่สำคัญแผนในปี 2568 นี้ที่ GULF เตรียมงบลงทุนมากกว่า 20,000 ล้านบาทนั้น มีโอกาสได้เห็นการลงทุนโครงการใหม่ๆ หรือ ธุรกิจใหม่ที่เข้ามาเสริมแกร่งธุรกิจการเงินแห่งอนาคต สิ่งนี้อาจต้องใช้ระยะเวลาติดตามความชัดเจนต่อไป
การกลับเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันแรกนี้(3 เม.ย.68) หุ้น GULF จะไม่มีกําหนดราคาซื้อขายสูงสุดและต่ำสุด(Ceiling & Floor) แต่ในวันถัดไป Ceiling & Floor จะใช้ปกติตามเกณฑ์ขึ้นและลงไม่เกิน 30% ของราคาวันก่อนหน้า
นับจากนี้เป็นต้นไป "GULF" ไม่ได้เป็นเพียงหุ้นโรงไฟฟ้าเท่านั้น แต่เป็น "บริษัทโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่" ที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย และตอบโจทย์เมกะเทรนด์โลก ไม่ว่าจะเป็นพลังงานสะอาด(Renewable Energy), ESG, Net Zero และ Digital Infrastructure
นักลงทุนที่มองหาหุ้นเติบโตระยะยาวที่มีความมั่นคง GULF เป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม อย่างไรก็ตาม ควรติดตามปัจจัยด้านต้นทุนพลังงาน นโยบายภาครัฐ และความคืบหน้าของโครงการสำคัญต่างๆ เพื่อประเมินโอกาสและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน