posttoday
SET แกว่งตัว จับตาตัวเลขส่งออก-นำเข้า ก.ค. ของไทย-กนง.-Thailand Focus 2026

SET แกว่งตัว จับตาตัวเลขส่งออก-นำเข้า ก.ค. ของไทย-กนง.-Thailand Focus 2026

24 สิงหาคม 2569

InnovestX คาด SET แกว่งตัวรอประเด็นใหม่ จับตาตัวเลขส่งออก-นำเข้า ก.ค. ของไทย ประชุม กนง. และงานThailand Focus 2026 กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ AMATA และ KTB

KEY

POINTS

  • ตลาดหุ้นไทย (SET) มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ (ไซด์เวย์) เพื่อรอปัจจัยใหม่เข้ามาชี้นำทิศทาง
  • นักลงทุนจับตาปัจจัยสำคัญในประเทศ ได้แก่ ตัวเลขส่งออก-นำเข้าเดือน ก.ค., การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
  • งาน Thailand Focus 2026 (26-28 ส.ค.) คาดว่าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดกระแสเงินทุน (Fund Flow) จากนักลงทุนสถาบันทั่วโลก

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่งตัวรอประเด็นใหม่ แม้จะมีปัจจัยกดดันจากสหรัฐฯ เตรียมประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านรุนแรงสุดในประวัติศาสตร์ แต่คาดตลาดจะให้ความสนใจกับปัจจัยในประเทศ โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่น่าจะนำมาพิจารณาเร็ว ๆ นี้ รวมทั้งติดตามการประชุม กนง. 26 ส.ค. 

 

นอกจากนี้ การจัดงาน Thailand Focus 2026 (26-28 ส.ค.) คาดช่วยสร้าง Sentiment เชิงบวกช่วงกลางสัปดาห์ ส่วนวันนี้ติดตามตัวเลขส่งออก-นำเข้า ก.ค. ของไทย ทางเทคนิคดัชนียังแกว่งในกรอบเพื่อรอเลือกทาง

 

ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SETจะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีปัจจัยหนุนจากความคาดหวัง Fund Flow จะไหลเข้าสะสมในหุ้นขนาดใหญ่ (SET50) รับ Sentiment บวกจากการจัดงาน Thailand Focus 2026 (26-28 ส.ค.) ที่เปิดเวทีเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนสถาบันทั่วโลก 

 

อีกทั้งยังมีประเด็นบวกจากการพิจารณานโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องของภาครัฐ อาทิ การอุดหนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป, ไทยเที่ยวไทยพลัส ขณะที่การประชุม กนง. คาดยังคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% แต่ยังต้องระวังความเสี่ยงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อภาพการลงทุนและเศรษฐกิจจากความกังวลด้านเงินเฟ้อ

 

ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

 

1. Thailand Focus Play ซึ่งคาดจะได้อานิสงส์จากความหวัง Fund Flow จะไหลเข้าจากงาน Thailand Focus โดยเน้นหุ้นที่มีพื้นฐานดีและสถิติมักให้ผลตอบแทนเป็นบวกจากการจัดงานนี้ ได้แก่ CRC CPN GPSC KKP PTTGC CENTEL WHA

 

2. Policy Play ซึ่งได้ประโยชน์จากความคืบหน้าผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ได้แก่ มาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส (ERW CENTEL AWC CPALL CPN), มาตรการหนุนพลังงานสะอาดอย่างโซลาร์รูฟท็อปและข้อสรุป PDP2026 (GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHAUP), การเร่งเบิกจ่ายของหน่วยงานรัฐก่อนปิดปีงบประมาณและร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี 2027 (STECON CK SCC SCCC)

 

3. High Dividend Play เพื่อสร้างกระแสเงินสดเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ โดยเน้นดักการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ซึ่งคาดให้ Div. Interim Yield >2% ได้แก่ AMATA (XD 26 ส.ค.) SIRI (XD 27 ส.ค.) BCH (XD 27 ส.ค.) PRM (XD 27 ส.ค.) TLI (XD 28 ส.ค.)

 

4. Laggard Play ซึ่งราคาหุ้นยังปรับขึ้นช้ากว่า SET สวนทางโมเมนตัมกำไรครึ่งหลังปี 2569 ที่คาดจะ เติบโตได้ดีทั้ง YoY และ HoH ทำให้คาดจะเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนที่จะหมุนเข้ามาเก็งกำไร ได้แก่ AP PR9 SAWAD HMPRO BDMS TU BCH BCPG MTC TIDLOR

 

สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ AMATA ปัจจัยสนับสนุนจากกระแสการเข้าลงทุนในไทย โดยเฉพาะการลงทุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและ Data Center บริษัทคงเป้ายอดขายที่ดินปี 2569 ที่ 2,800 ไร่ คาดกำไรสุทธิปี 2569 จะเติบโตโดดเด่น 50% YoY ขณะที่มีกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 26 ส.ค. จ่ายปันผลระหว่างกาล 0.60 บาท/หุ้น (2.0%) เป้าหมายระยะสั้นที่ 31.50 บาท

 

KTB ปัจจัยสนับสนุนจากสินเชื่อใน ก.ค.2569 ที่เติบโตทั้ง MoM และ YTD โดดเด่นที่สุดในกลุ่ม สนับสนุนจากสินเชื่อภาครัฐ และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากการเริ่มต้นวัฏจักรการลงทุนในไทย คาดสินเชื่อปี 2569 จะเติบโต 4% และมี Upside จากกำไร FVTPL จาก THAI ที่จะรับรู้มูลค่าที่เหลือในไตรมาส 3/2569 เป้าหมายระยะสั้นที่ 45.00 บาท

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย พบ อินโดนีเซีย วันนี้ 24 ส.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย พบ อินโดนีเซีย วันนี้ 24 ส.ค.69