ศาลสั่งแจงTORประกันแรงงานต่างด้าว เอื้อ 2 บ.ใหญ่ ฟัน 5,000 ล้าน

21 มีนาคม 2568

ศาลปกครองกลาง สั่งกรมการจัดหางาน แจงปมTOR ประกันแรงงานต่างด้าว เงื่อนไขเอื้อ 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ คว้างาน 5 พันล้าน

ศาลปกครองกลาง สั่งกรมการจัดหางานชี้แจงกรณีออกTOR กำหนดคุณสมบัติบริษัทรับทำประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าว ตามมติครม.24 ก.ย.67

 

กลุ่มบริษัทประกันรายเล็กไม่ทนถูกกีดกั้น ขอศาลเมตตาคุ้มครองชั่วคราว-ยกเลิกเงื่อนไขเอื้อ 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ คว้างาน 5 พันล้าน ชี้ 2 บริษัทรับประกันแรงงาน 3 ล้านชีวิตไม่ทัน จะเกิดความเสียหายต่อประเทศ และผู้ประกอบการ

 

21 มี.ค. 2568 ความคืบหน้ากรณีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน กำหนดเงื่อนไขคัดเลือกบริษัทรับทำประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าวใหม่ วงเงินสูงกว่า 5 พันล้านบาท โดยกำหนดคุณสมบัติ 13 ประการ ซึ่งมีลักษณ์ไม่เปิดกว้าง  ส่อเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนเพียง 2 ราย จาก 17 ราย นั้น

 

​ทั้งนี้เมื่อปลายปี 2567 กรมการจัดหางาน มีหนังสือประชาสัมพันธ์หลักเกณฑ์เกี่ยวกับบริษัทประกันภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัยที่จะรับประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าว ซึ่งจะขอรับใบอนุญาตทำงานตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 24 ก.ย.67

 

โดยระบุว่าหากบริษัทมีคุณสมบัติและเงื่อนไขตามที่กำหนด 13 ประการ และมีความประสงค์จะเข้าร่วมการดำเนินการประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าว ขอให้แจ้งกรมการจัดหางานทราบภายในวันที่ 19 พ.ย.67 เพื่ออนุญาตให้เชื่อมโยงข้อมูลหลักฐานการคุณสมบัติทั้ง 13 ประการตามมติ ครม. มีดังนี้

1. ต้องเป็นบริษัทมหาชน จำกัด ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย

2. ต้องเป็นบริษัทประกันภัยที่ไม่ขาตทุนติดต่อกันเกิน 3 ปี

3. มีช่องทางการซื้อประกันภัยและติดต่อได้สะดวกรวดเร็ว

4. สามารถตรวจสอบการปลอมแปลงกรมธรรม์ประกันภัย โดยการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบของกรมการจัดหางาน

5. ในจังหวัดที่คนต่างต้าวทำงานสามารถเข้ารับการรักษาได้ โดยไม่ต้องสำรองค่าใช้จ่ายไปก่อน

6. ต้องมีกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครอง 2 ระยะ ได้แก่ 6 เดือน และ 1 ปี

7. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีงบแสดงฐานะการเงินปี 2566 ที่มีการรับรองผลกำไรสุทธิแล้วต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ

8. กรมธรรม์ประกันภัยจะต้องมีผลให้ความคุ้มครองแรงงานต่างด้าวภายหลังจากบริษัทประกันภัยอนุมัติกรมธรรม์ประกันภัยทันที

9. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วเต็มจำนวนไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท

10. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีสินทรัพย์รวม ณ สิ้นปี 2566 จำนวน ไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้านบาท

11. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีอัตราส่วนความเพียงพอของการดำรงเงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมาย (CAR RATIO) ไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 200 ณ สิ้นปี 2566

12. ผู้ยื่นข้อเสนอห้ามดำเนินการลดเบี้ยประกันภัย กรมธรรม์ประกันภัยเกินจากที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนด

13. คนต่างด้าวจะต้องได้รับสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลไม่น้อยกว่าสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลที่ได้รับจากการทำประกันสุขภาพกับสถานพยาบาลของรัฐ

 

​โดยตัวแทนบริษัทประกันภัยกลุ่มหนึ่ง ได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบข้าราชการกรมการจัดหางานออกหลักเกณฑ์เอื้อประโยชน์บริษัทประกันภัยบางบริษัท

 

ให้มีสิทธิเข้ารับการประกันสุขภาพของคนต่างด้าว  และกีดกันบริษัทประกันภัยอื่นๆ และยังได้ดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อให้คุ้มครองชั่วคราว

 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มี.ค.68 รายข่าวจากกรมการจัดหางาน ระบุว่า ศาลปกครองกลางได้รับฟ้องคดีจากกลุ่มบริษัทประกันภัยที่ถูกกีดกั้นไม่ให้เข้ารับงานประกันแรงงานต่างด้าวไว้พิจารณา โดยผู้ร้องขอให้เพิกถอนกฎที่กรมการจัดหางานประกาศกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับผู้มีสิทธิ์รับประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติสปป.ลาว เมียนมา กัมพูชา และเวียดนาม

 

ตามมติครม.วันที่ 24 ก.ย.67 ซึ่งฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย โดยมีข้อมูลทางลับว่า 3 บริษัทประกันยักษ์ใหญ่เท่านั้นที่จะสามารถเชื่อมโยงข้อมูล และรับประกันสุขภาพจำนวน 5 พันล้านบาท

 

แหล่งข่าวจากกรมการจัดหางาน ยอมรับว่า ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งให้กรมการจัดหางานชี้แจงตามคำฟ้องของโจทก์ ซึ่งมีการขอให้คุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา ซึ่งกรมการจัดหางานได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ รง ๐๓๐๓.๗/๕๖๙๔๒ ลงวันที่  20 ก.พ.2568 ชี้แจงกรณีดังกล่าวต่อศาลปกครองกลาง

 

สำหรับการกำหนดคุณสมบัติ 13 ประการ ส่อที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนยักษ์ใหญ่ 2-3 ราย เท่านั้น ซึ่งพิจาณาจากข้อกำหนดเรื่องทรัพย์สินรวมที่ต้องมีทรัพย์สินรวม ณ สิ้นปี 2566 จำนวนไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้านบาท

 

และต้องมีอัตราส่วนความเพียงพอของการดำรงเงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมาย (Car Ratio) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 200 ณ สิ้นปี 2566 ทำให้เหลือบริษัทประกันภัยที่สามารถเข้าร่วมประกันภัยเพียง 2 บริษัท

 

ซึ่งจะส่งผลเสียต่อประเทศ หากนำหลักเกณฑ์นี้มาใช้ จะทำให้แรงงานต่างด้าว และนายจ้าง หรือผู้ประกอบการ เกิดความสับสนและยุ่งยากจนไม่สามารถขึ้นทะเบียนแรงงานได้ทัน ขณะที่ตัวเลขการทะเบียนแรงงานต่างด้าว ปัจจุบันมีจำนวนกว่า 3 ล้านคน โดยมีตัวเลขมูลค่าวงเงินประกันที่จะเกิดขึ้นประมาณ 5 พันล้านบาท

 

ที่มา : สยามรัฐ 

Thailand Web Stat