ทรัมป์ เปิดสงครามภาษีรอบใหม่ สั่งเตรียมใช้ระบบต่างตอบแทน
ประธานาธิบดีทรัมป์เตรียมใช้มาตรการภาษีต่างตอบแทน เพื่อตอบโต้ประเทศคู่ค้าที่เก็บภาษีสินค้าอเมริกันระดับสูงกว่า หวังปรับสมดุลการค้าของสหรัฐ แต่อาจเสี่ยงเกิดสงครามการค้าโลกทั้งกับเพื่อนและศัตรูของอเมริกัน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา ได้ออกคำสั่งให้ทีมเศรษฐกิจจัดทำแผนเก็บภาษีนำเข้าแบบต่างตอบแทนกับประเทศคู่ค้า โดยมุ่งเป้าไปที่ประเทศที่มีการเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหภาพยุโรป
"เราจะเก็บภาษีในอัตราที่เท่าเทียมกัน ถ้าประเทศไหนเก็บภาษีจากเรา เราก็จะเก็บจากพวกเขาในอัตราเดียวกัน ไม่มากไปไม่น้อยไป" ทรัมป์กล่าวแถลงการณ์ที่ห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาว พร้อมลงนามในบันทึกสั่งการให้ทีมเศรษฐกิจเริ่มศึกษาและคำนวณอัตราภาษีที่เหมาะสม
นอกจากการเก็บภาษีศุลกากร ทรัมป์ยังมุ่งแก้ไขอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี เช่น กฎระเบียบด้านความปลอดภัยยานยนต์ที่กีดกันรถยนต์จากสหรัฐฯ และภาษีมูลค่าเพิ่มที่ทำให้สินค้าอเมริกันมีต้นทุนสูงขึ้น รวมถึงนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนและเงินอุดหนุนจากรัฐบาลที่สร้างความได้เปรียบทางการค้าให้กับประเทศคู่แข่ง
ฮาเวิร์ด ลัทนิค ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีพาณิชย์ เผยว่าการศึกษาจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 1 เมษายน โดยจะพิจารณาแต่ละประเทศแยกกัน ไม่ใช้มาตรการเหมารวม ทั้งนี้ ทรัมป์ได้เริ่มดำเนินการบางส่วนแล้ว โดยประกาศเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม กำหนดภาษี 10% สำหรับสินค้าจากจีน แต่ระงับการเก็บภาษีจากแคนาดาและเม็กซิโกไว้ 30 วัน
แม้ทรัมป์ยอมรับว่ามาตรการนี้อาจทำให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นในระยะสั้น แต่เชื่อว่าจะเป็นผลดีในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายฝ่ายแสดงความกังวลว่าการใช้มาตรการภาษีตอบโต้อาจนำไปสู่สงครามการค้าโลก และส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ไม่สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตอบรับข่าวในเชิงบวก โดยดัชนีหุ้นปรับตัวสูงขึ้น และดัชนีหุ้นทั่วโลกแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อมาตรการดังกล่าว
ประธานาธิบดีทรัมป์ยังเปิดเผยว่า กำลังพิจารณาขยายมาตรการภาษีไปยังสินค้าอื่นๆ เช่น รถยนต์ เซมิคอนดักเตอร์ และเภสัชภัณฑ์ โดยเฉพาะภาษีรถยนต์ที่อาจมีการประกาศใช้ในเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวย้ำว่าพร้อมเจรจากับประเทศคู่ค้า และยินดีที่จะปรับลดภาษีหากประเทศคู่ค้ายอมผ่อนปรนมาตรการทางการค้าของตนเช่นกัน