ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีศุลกากร กระทบเศรษฐกิจโลก-ส่อวิกฤต
มาตรการภาษีรอบล่าสุดของสหรัฐฯ ที่ประกาศเมื่อวันพุธ จะส่งผลให้เศรษฐกิจโลกอ่อนแอลงไปอีก แม้เพิ่งฟื้นตัวจากโควิด ขณะประเทศต่างๆยังเผชิญปัญหาภูมิรัฐศาสตร์
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศมาตรการภาษีนำเข้ารอบใหม่ที่จะกระทบเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง โดยเก็บภาษีพื้นฐาน 10% กับสินค้านำเข้าทั้งหมด และเพิ่มอัตราสูงขึ้นกับประเทศคู่ค้ารายใหญ่ โดยเฉพาะจีน 34% และสหภาพยุโรป 20% รวมถึงภาษี 25% สำหรับรถยนต์และชิ้นส่วน
ที่มา : JP Morgan
การประกาศครั้งนี้ทำให้อัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ พุ่งจาก 2.5% ในปี 2024 เป็น 22% ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เคยเห็นมาตั้งแต่ปี 1910 นักเศรษฐศาสตร์มองว่านี่คือ "จุดเปลี่ยนเกม" ที่อาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก
"ภาษีของทรัมป์มีความเสี่ยงที่จะทำลายระเบียบการค้าเสรีโลกที่สหรัฐฯ เป็นผู้นำมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง" ทาคาฮิเดะ คิอุจิ จากสถาบันวิจัยโนมูระระบุ
ผลกระทบที่เห็นได้ชัดคือ ราคาสินค้านับพันรายการจะสูงขึ้น ทำให้ความต้องการซื้อลดลง หากเกิดสงครามการค้าขยายวงกว้าง ประเทศผู้ผลิตอย่างจีนจะต้องหาตลาดใหม่ท่ามกลางความต้องการที่ลดลงทั่วโลก
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ผลกระทบจะแตกต่างกันในแต่ละประเทศ โดยอัตราภาษีมีตั้งแต่ 10% (สหราชอาณาจักร) ไปจนถึง 49% (กัมพูชา) ประเทศผู้ส่งออกรถยนต์อย่างญี่ปุ่น (24%) และเกาหลีใต้ (25%) ได้เตรียมมาตรการฉุกเฉินช่วยเหลือธุรกิจแล้ว
นอกจากนี้ การล่มสลายของห่วงโซ่อุปทานอาจทำให้เงินเฟ้อสูงกว่าเป้าหมาย 2% ที่ธนาคารกลางต่างๆ กำหนด ขณะที่เศรษฐกิจที่เติบโตช้าลงจะทำให้การชำระหนี้โลกมูลค่า 318 ล้านล้านดอลลาร์ยิ่งยากขึ้น
หากการขึ้นภาษีครั้งนี้ ไม่ได้ส่งเสริมการลงทุนในสหรัฐฯ ตามที่ทรัมป์หวัง บางคนเชื่อว่าเขาอาจหาวิธีอื่นเพื่อลดการขาดดุลการค้า เช่น การปรับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ซึ่งอาจกระทบสถานะของดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินสำรองโลก
คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป กล่าวว่ายุโรปต้องเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับ "โลกที่กลับหัวกลับหาง" ที่เต็มไปด้วย "การปิดกั้น การแตกแยก และความไม่แน่นอน" แทนที่ระบบการค้าเสรีแบบเดิม