125 ปี ‘พระยาอนุมานราชธน’ ปราชญ์ผู้อยู่ในใจเสมอ
ปีนี้เป็นปีแห่งวาระครบรอบ 125 ปี ของพระยาอนุมานราชธน ปราชญ์คนสำคัญของไทย
โดย...อินทรชัย พาณิชกุล ภาพ มูลนิธิเสฐียรโกเศศนาคะประทีป
ปีนี้เป็นปีแห่งวาระครบรอบ 125 ปี ของพระยาอนุมานราชธน ปราชญ์คนสำคัญของไทย
คุณงามความดี ชื่อเสียงบารมีที่สั่งสมตลอดจนมรดกทางปัญญาอันล้ำค่าทางด้านวรรณศิลป์และศิลปวัฒนธรรมที่ฝากไว้ในบรรณพิภพ
ล้วนเป็นอมตะ ผุดผ่องด้วยแสงแห่งอัจฉริยภาพที่ส่องสว่างเหนือกาลสมัย
ชีวิตสามัญของปัญญาชน
ศาสตราจารย์ พระยาอนุมานราชธน เกิดวันที่ 14 ธ.ค. 2431 ที่ อ.ยานนาวา พระนคร หรือกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน มีนามเดิมว่า ยง เสฐียรโกเศศ เป็นบุตรของนายหลี และนางเฮียะ ชาวไทยเชื้อสายจีน เริ่มเข้าเรียนครั้งแรกที่โรงเรียนบ้านพระยานานา
นิสัยรักอ่าน เขียน ชอบค้นคว้าหาความรู้ ท่านได้รับอิทธิพลมาจากบิดาที่เป็นนักสะสมหนังสือและรอบรู้สารพัดเรื่อง ทั้งคู่มักสนทนากันเป็นคุ้งเป็นแควบนโต๊ะอาหาร ถึงเรื่องโน้นเรื่องนี้อยู่เสมอ
หนังสือเล่มแรกที่ให้แรงบันดาลใจเป็นพิเศษชื่อ แสดงกิจจานุกิจ แต่งโดยเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ เนื้อหาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ บวกกับอ่านวรรณคดีแทบทุกเล่ม จำพวก พระอภัยมณี นิราศต่างๆ ขณะเดียวกันความเก่งกาจปราดเปรื่องทางด้านภาษาอังกฤษของท่านเป็นที่เลื่องลือ ทั้งที่จบเพียงชั้น ม.4 ทั้งที่กว่าจะเดินทางไปยุโรปก็ล่วงอายุเข้า 70 ปีแล้ว แต่ก็สามารถเขียนให้ฝรั่งอ่านจนได้รับการยอมรับไปทั่วโลก
ถึงขั้นพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ตรัสว่า “ผู้รู้ชาวต่างประเทศที่มาเมืองไทยย่อมตรงไปหาท่าน หรือไม่ก็ต้องอาศัยงานนิพนธ์ของท่านเป็นหลัก”
หลังจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนอัสสัมชัญ ก็ตัดสินใจลาออกมาทำงานหาเลี้ยงครอบครัวขณะอายุเพียง 17 ปี ทำงานแห่งแรกที่โรงแรมโอเรียนเต็ล ก่อนย้ายมารับราชการที่กรมศุลกากร การงานเจริญก้าวหน้าตามลำดับ เริ่มจากเสมียนโท กองภาษีขาออก เป็นปลัดกรม กองภาษีขาเข้า หัวหน้าเจ้าพนักงานรับเงินภาษีอากร จนเป็นผู้ช่วยอธิบดี ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาอนุมานราชธน ภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ท่านต้องออกจากราชการเป็นเวลานาน ตามเหตุผลทางการเมืองสมัยนั้น ต่อมากลับเข้ารับราชการอีกครั้งในกรมศิลปากร ดำรงตำแหน่งหัวหน้ากองศิลปวิทยา จนกระทั่ง พ.ศ. 2485 ได้เป็นอธิบดีกรมศิลปากร ตราบจนเกษียณอายุ โดยผลงานสำคัญคือการก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร
ธนิต อยู่โพธิ์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ผู้เคยร่วมงานกันสมัยนั้น เขียนไว้ในวารสารสังคมศาสตร์ปริทัศน์ ว่า พระยาอนุมานราชธน เป็นผู้มีความรู้กว้างขวาง รู้แทบทุกสาขาวิชา ซ้ำยังมีนิสัยไม่หวงแหนความรู้ด้วย ใครจะไหว้วานให้เขียนหรือตรวจแก้บทความ ก็ยินดีทำให้โดยไม่รังเกียจ จึงทำให้เป็นที่เคารพและนิยมชมชอบของผู้แสวงหาความรู้ทั่วไป
นอกจากนี้ ท่านยังดำรงตำแหน่งสำคัญๆ ในวงราชการหลายตำแหน่ง เช่น รักษาการนายกราชบัณฑิตยสถาน ประธานคณะกรรมการชำระปทานุกรม ประธานคณะกรรมาธิการชำระประวัติศาสตร์ไทย และเป็นอาจารย์พิเศษในสถาบันการศึกษาหลายแห่ง อาทิ คณะอักษรศาสตร์ ครุศาสตร์ และรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ที่สำคัญ ยังเคยเป็นพระอาจารย์ถวายพระอักษรแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล (รัชกาลที่ 8) ในวิชาวัฒนธรรมอีกด้วย
พระยาอนุมานราชธน เป็นคนที่ไม่มีพิษมีภัยแก่ใคร มีความเป็นกันเองกับผู้ใต้บังคับบัญชาและลูกศิษย์ลูกหา ดำเนินชีวิตอย่างตรงไปตรงมา มีความคิดก้าวหน้า ไม่หยุดนิ่งต่อการแสวงหาเรียนรู้ และอุทิศเวลาทั้งหมดในชีวิตให้แก่งานวิชาการเพื่อสาธารณประโยชน์ของชาติบ้านเมือง
มรดกล้ำค่าที่ฝากไว้ในแผ่นดิน
สำนักค้นคว้า มหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐอเมริกา (Cornell Research Center บันทึกไว้ว่า พระยาอนุมานราชธนเป็นนักมานุษยวิทยา ภาควัฒนธรรม นักนิรุกติศาสตร์ นักประวัติศาสตร์ และนักวรรณคดี เป็นนักปราชญ์ชั้นเลิศคนหนึ่งของประเทศไทย
เคยมีคนถามว่าทำไมคิดอยากเขียนหนังสือ ท่านตอบว่า
“อ๋อ มือมันคันคุณ อดอยู่ไม่ได้ ไม่ได้มุ่งหวังอะไรหรอก ครั้งแรกนั้นน่ะ รู้สึกว่ามันสนุกดี”
สมศรี สุกุมลนันทน์ บุตรสาวและนักเขียนผู้ล่วงลับ เคยเล่าไว้ในหนังสือชื่อ “พ่อ : พระยาอนุมานราชธน”ว่า...
“พ่อเขียนหนังสือไม่ได้หวังค่าตอบแทนในรูปของวัตถุ ทรัพย์สิน เงินทอง สิ่งที่พ่อหวังคือความรู้ พ่อใช้การเขียนเป็นทางให้ได้มาซึ่งความรู้ และเผื่อแผ่ความรู้ที่ได้มาไปสู่ผู้อื่นด้วยการเขียนอีกเช่นกัน”
ในด้านการประพันธ์ พระยาอนุมานราชธนฝากผลงานไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นงานวิชาการ สารคดี และบันเทิงคดี ทั้งงานเขียนและงานแปล ซึ่งได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่แล้วจำนวนมากกว่า 200 เล่ม โดยผลงานจำนวนไม่น้อยทำงานร่วมกับพระสารประเสริฐ (ตรี นาคะประทีป) ในนามปากกาคู่กันว่า “เสฐียรโกเศศนาคะประทีป” เช่น กามนิต หิโตปเทศ นิยายเบงคลี อาหรับราตรี ลัทธิของเพื่อน เป็นต้น ทั้งคู่ทำงานเขียนร่วมกันนาน 30 ปี คนหนึ่งโดดเด่นเรื่องข้อมูลวิชาการ อีกคนโดดเด่นด้วยความไพเราะของภาษา
นอกจากที่กล่าวมา ยังมีมรดกทางตัวอักษรชิ้นสำคัญที่ฝากไว้ในบรรณพิภพ นั่นคือ “บันทึกความรู้ต่างๆ” ซึ่งเป็นจดหมายโต้ตอบระหว่างสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ โอรสในรัชกาลที่ 4 กับพระยาอนุมานราชธน ผู้เป็นลูกสามัญชน มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างวิเศษในประเด็นต่างๆ มากมาย จนปัญญาชนสยามอย่าง ส.ศิวรักษ์ ถึงกับประกาศว่าคนไทยที่ไม่ได้อ่านหนังสือชุดนี้ถือว่าเสียชาติเกิด
“เมื่อพิจารณากรณียกิจของพระยาอนุมานราชธนจะเห็นว่าท่านให้ความสำคัญอย่างมากกับความสืบเนื่องทางวัฒนธรรมไทย ท่านจึงพยายามเชื่อมของดีในอดีตสมัยให้สืบเนื่องต่อไปยังคนรุ่นใหม่ ให้คนรุ่นใหม่ในวันนี้ได้รู้จักและเข้าใจในความเป็นมาของขนบธรรมเนียมประเพณี และที่มาทางวัฒนธรรมจากแหล่งต่างๆ
อีกนัยหนึ่งคือ พระยาอนุมานราชธนเป็นสัญลักษณ์ของสยามที่เชื่อมเก่าให้ต่อกับใหม่ เชื่อมอดีตกับปัจจุบัน เพื่อหาทางไปสู่อนาคต และเป็นสัญลักษณ์ของคุณงามความดีที่ปุถุชนคนสามัญพึงมีได้ในสังคมไทย” กษิดิศ อนันทนาธร กรรมการมูลนิธิเสฐียรโกเศศนาคะประทีป ในฐานะผู้ประสานงานจัดพิมพ์หนังสือที่ระลึก 125 ปี พระยาอนุมานราชธน กล่าวไว้อย่างน่าคิด
ครู ผู้อยู่ในใจเสมอ
สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ปัญญาชนสยาม ลูกศิษย์ใกล้ชิด กล่าวว่า คุณแห่งความเป็นครูที่ปรากฏในคาถาภาษาบาลีมีอยู่ครบถ้วนในตัวของพระยาอนุมานราชธน
“ท่านเป็นคนน่ารัก (ปิโย) ใครได้เข้าไปรู้จักและเข้าไปหา จะรู้สึกสนิทสนม สบายใจ ที่บ้านท่านแทบทุกเช้าวันอาทิตย์จะมีศิษย์นอกชั้นเรียน โดยเฉพาะชาวต่างชาติ ไปสนทนาแสวงหาความรู้บ่อยๆ เป็นคนน่าเคารพ (ครุ) น่าเกรงขาม แม้ลูกๆ ของท่านก็อยู่ในสถานะนี้ที่จะเล่นหัวใกล้ชิดกับท่านนั้นยาก แม้เพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชายังยากที่จะไม่เคารพท่าน ตรงกันข้ามท่านเป็นกันเองกับศิษย์มาก
ท่านเป็นผู้ที่ศิษย์พูดถึงได้ด้วยความภาคภูมิใจ (ภาวนีโย) น่าเลื่อมใส นึกถึง พูดถึงแล้วรู้สึกเจริญใจ ท่านเป็นผู้รู้จักพูดรู้จักสอน (วตตา) ใครอ่านงานเขียนของท่านจะได้ทั้งความรู้และความคิด (วจนกขโม) อดทนต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ (คมภีรญจ กถ กตตา) อธิบายเรื่องยากและลึกซึ้งให้ลูกศิษย์เข้าใจอย่างง่ายๆ (โน จฏฐาเน นิโยชเย) ไม่ชักนำไปทางเสียหาย เหลวไหล ไร้สาระ สมกับที่มีใครกล่าวว่า ‘พระยาอนุมานนั้น ก็คือพระในคราบของฆราวาส’”
นอกจากนี้ พระยาอนุมานราชธน หรือท่านเจ้าคุณอาจารย์ของ ส.ศิวรักษ์ ยังเป็นผู้ที่ดูแลรักษาสุขภาพอนามัยดีมาก เป็นคนกว้างขวาง รู้จักคนทั่วทุกวงการ สาขาอาชีพ เป็นคนช่างสังเกต ค้นคว้าข้อมูลจากทุกแหล่งทุกมุม มีความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณทุกคนที่ผ่านมาในชีวิต ตลอดจนเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ มีความคิดสร้างสรรค์เป็นเลิศ
ทั้งหมดที่กล่าวมา สะท้อนให้เห็นว่า แม้พระยาอนุมานราชธนจะได้รับยกย่องว่าเป็นอัจฉริยบุคคล เป็นคนดีของกรุงศรีอยุธยา เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เป็นนักเขียน นักวิชาการ แต่ความเป็นจริงแล้วท่านเป็นครูอยู่ตลอดเวลา