ฝันร้ายของลิงกอริลลา
ช่วงนี้มีประเด็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ที่สร้างความสั่นสะเทือนในแวดวงนักอนุรักษ์สัตว์ป่าในเมืองไทย นั่นคือ ข่าวเกี่ยวกับลิงยักษ์กอริลลา
ช่วงนี้มีประเด็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ที่สร้างความสั่นสะเทือนในแวดวงนักอนุรักษ์สัตว์ป่าในเมืองไทย นั่นคือ ข่าวเกี่ยวกับลิงยักษ์กอริลลา
เรื่องแรกโด่งดังในโซเชียลเน็ตเวิร์ก เมื่อดาราสาวลูกครึ่ง นาตาลี เดวิส โพสต์รูปเจ้าบัวน้อย อายุ 25 ปี คิงคองแห่งสวนสัตว์พาต้า ใบหน้าเศร้าสร้อยในกรงขังคับแคบ สร้างความสังเวชใจแก่ผู้พบเห็น จนเกิดกระแส FREE KINGKONG PATA อย่างครึกโครม
เรื่องที่สองเป็นข่าวที่รัฐบาลยูกันดาจะส่งมอบลิงกอริลลาให้ไทย 1 คู่ เพื่อเป็นทูตสันถวไมตรี หลังการเดินทางเยือนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อไม่นานนี้ โดยเบื้องต้นเตรียมจะส่งตัวไปไว้ที่สวนสัตว์เชียงใหม่
ทั้งสองประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกมาเชื่อมโยงกันในทำนองวิตกกังวลของบรรดาคนรักสัตว์ เนื่องจากสัตว์ชนิดนี้ถือว่าเป็นใกล้สูญพันธุ์จากโลกแล้ว
ปัจจุบัน กอริลลาภูเขา (Moutain Gorilla) หลงเหลืออยู่เพียง 782 ตัว อาศัยอยู่ ณ ผืนป่าในอุทยานแห่งชาติคองโก รวันดา และยูกันดา ถูกจัดอยู่ในสถานะเสี่ยงสูญพันธุ์ที่สุด (Critically Endangered) เป็นที่รู้กันว่าทุกวันนี้ไม่มีกอริลลาภูเขาในสวนสัตว์ใดๆ อีกแล้ว หลังจากปี ค.ศ. 1970 ที่มีการส่งกอริลลาภูเขา 2 ตัว จากรวันดาไปยังสวนสัตว์ประจำเมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี พวกมันตรอมใจตายลงภายในระยะเวลาเพียงแค่เดือนเดียวเท่านั้น ตอกย้ำให้เห็นว่าสายพันธุ์แท้จากป่าไม่สามารถดำรงอยู่ในกรงเลี้ยงได้ จากนั้นเป็นต้นมากอริลลาจึงถูกคุ้มครองเป็นพิเศษ
จากรายงานเรื่อง “The Last Stand of the Gorilla Environmental Crime and Conflict in the Congo Basin” ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNEP ระบุว่า ปัจจัยด้านสงครามในประเทศซึ่งเป็นถิ่นอาศัยสำคัญอย่างคองโก รวันดา และ ยูกันดา จนถึงการระบาดของไวรัสอีโบลา ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้กอริลลาสูญพันธุ์ ขณะที่องค์กรอนุรักษ์กอริลลาสากล กำหนดไว้ว่าห้ามไม่ให้มีการซื้อขายกอริลลาอีกต่อไป รวมถึงสนธิสัญญาไซเตส (CITES) ที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้สัตว์ป่าหายากใกล้สูญพันธุ์มาทำหน้าที่ ทูตสันถวไมตรี ดังที่หลายประเทศนิยมปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน
ที่ผ่านมากอริลลามักถูกฉายภาพถึงความดุร้ายน่าสะพรึงกลัว ผ่านภาพยนตร์ที่ทั่วโลกรู้จักกันดีอย่างคิงคอง ทั้งที่มันแสนจะขี้อาย และรักสงบ แต่ขณะเดียวกันแง่มุมอ่อนโยนและภาพความน่าเวทนาของเจ้าสัตว์มหึมาตัวนี้ยังมีให้เห็น เช่น หนังเรื่อง Mighty Joe Young หรือภาพข่าวดีเด่นแห่งปี 2010 จากนิตยสารเนชันแนล จีโอกราฟฟิก นำเสนอภาพอันน่าสลดหดหู่ของเจ้าหน้าที่อุทยานคองโกที่ช่วยกันหามซากลิงกอริลลาร่างยักษ์ที่ถูกพรานใจเหี้ยมปลิดชีพ
นับประสาอะไรกับภาพเจ้าบัวน้อยในสวนสัตว์พาต้า รวมถึงข่าวว่าจะมีการนำกอริลลาอีกสองตัวออกจากผืนป่าบ้านเกิดมายังสวนสัตว์อีกในเร็วๆ นี้
Animal Activist Alliance (AAA) Thailand เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่แสดงจุดยืนชัดเจนว่า “ไม่เอากอริลลา” ผ่านบทความที่ถูกนำเสนออย่างต่อเนื่องผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก โดยให้เหตุผลว่า
“สำหรับชาวยูกันดาแล้ว กอริลลาภูเขาเป็นสัตว์อันน่าเกรงขาม น่าภาคภูมิใจ และเป็นสัญลักษณ์ของประเทศชาติ ไม่ต่างกับช้างของบ้านเรา และที่สำคัญในประเทศของพวกเขา ไม่มีการจับกอริลลามาแสดงในสวนสัตว์ หรือนำมาขังเพื่อเพาะพันธุ์เพื่อประโยชน์ทางการค้างานอนุรักษ์ การชมกอริลลาสำหรับชาวยูกันดาและนักอนุรักษ์ทั่วโลก หมายถึงการเดินทางเข้าป่าอุทยาน เพื่อเรียนรู้ชีวิตจริงๆ ของพวกกอริลลา และเพื่อศึกษาวิจัยให้พวกมันอยู่รอดในธรรมชาติที่แท้จริง
การล่าสัตว์ป่ามาใช้ชีวิตที่เหลือในกรงแคบๆ ในสวนสัตว์ นอกจากจะเป็นเรื่องที่ผิด และถือเป็นอาชญากรรมในเชิงอนุรักษ์แล้ว การนำลิงกอริลลาออกมาจากป่าและย้ายถิ่นเช่นนี้ ยังส่งผลกระทบที่เลวร้ายต่อตัวลิงเองด้วย
ในฐานะประชาชนชาวไทย เราไม่ต้องการจะเห็นทรัพยากรอันเป็นสมบัติของชาติ รั่วไหลออกไปไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม หากว่ามีนักท่องเที่ยวต้องการจะเห็นสัตว์ป่าไทย ก็ควรจะเดินทางมาดูในอุทยานแห่งชาติในประเทศของเรา และเราก็ไม่ต้องการให้ประเทศอื่นส่งสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ของพวกเขามาให้เราเช่นเดียวกัน เราต้องการเห็นสัตว์ป่าอยู่ในป่า ที่เป็นบ้านแท้จริงของมันมากกว่าที่จะมาถูกกักขังในสวนสัตว์!”
ตราบใดที่เราไม่คุยความจริงเรื่องของสัตว์ ตราบนั้นสวนสัตว์ก็คือคุกไม่มีวันเปลี่ยนแปลง