“เท้ง ณัฐพงษ์” ทวง 7 คำถามสส.พรรคประชาชน "นายกฯอิ๊งค์" ไม่ยอมตอบ

25 มีนาคม 2568

“เท้ง ณัฐพงษ์” ทวง 7 คำถามอภิปรายไม่ไว้วางใจ จากสส.พรรคประชาชน "นายกฯอิ๊งค์" ไม่ตอบ ชี้ หนีภาษี หนีหน้าที่ หนีความจริง

นายกรัฐมนตรี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านเป็นผู้สรุปปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก่อนที่จะมีการลงมติในวันพรุ่งนี้

 

โดยนายณัฐพงษ์ ได้มีการตอบประเด็นที่รัฐบาลชี้แจงกลับมาดังนี้

 

1.นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ที่บอกว่าไม่มีการอภิปรายเรื่องใหม่ๆ ความจริงข้อมูลใหม่มีหลายเรื่อง แต่หากจะคิดในกรอบว่ามีแต่เรื่องที่เกิดขึ้นมาก่อนคุณแพทองธารมาดำรงตำแหน่งนายกฯ เท่านั้น 

 

คำถามคือถ้ามันเป็นเรื่องที่ผิดและยังผิดอยู่ แล้วทำไมท่านถึงไม่แก้ ทั้งเรื่องสัมปทานทางด่วน ค่าไฟแพง เหมืองทองอัครา ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา

 

แต่เมื่อท่านมีอำนาจแล้ว ทำไมไม่ยืนยันว่าจะแก้ไข ไม่บอกวิธีแก้ปัญหา มีแต่บอกว่าเป็นเรื่องเก่า ตกลงจะไม่แก้ไขอะไรเลยหรือ ได้แต่บอกว่าเป็นปัญหาเดิม แล้วเราจะมีผู้นำไว้ทำอะไร

2.การอธิบายคำว่า “ดีล” นายกรัฐมนตรีได้อธิบายว่าเป็นเรื่องปกติในโลกการเมือง แต่สาระสำคัญของการอภิปรายกันสองวันที่ผ่านมาคือ จะดีลจะต่อรองอย่างไรให้โปร่งใสและประชาชนได้ประโยชน์

 

เหตุและผลในการตัดสินใจทำนโยบายแต่ละอย่างคืออะไร ที่ต้องโกหกประชาชนผิดคำสัญญาไว้เกิดขึ้นเพราะอะไร คุณแพทองธารก็ไม่เคยเอาเหตุผลจริงๆ มาคุยกัน หรือเพราะท่านพูดไม่ได้ เพราะดีลนั้นมันไม่ได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ แต่เป็นไปเพื่อครอบครัวและกลุ่มทุนใกล้ชิดเท่านั้น

 

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน

นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ ยังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ตนได้สรุปประเด็นสำคัญที่เพื่อนสส. พรรคประชาชนยกขึ้นมาอภิปราย และยังไม่ได้รับคำตอบจากนายกฯ 7 คำถามดังนี้

 

 1.ภาษีการรับให้ที่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เป็นผู้อภิปราย นายกฯ ชี้แจงว่าวางแผนที่จะจ่ายอยู่แล้ว และพยายามสื่อว่าเป็นการบริหารภาษี แต่ถ้านายวิโรจน์ไม่ลุกมาถามเรื่องนี้ในสภา นายกฯ วางแผนจะจ่ายภาษีเมื่อไหร่กันแน่  หรือจะรอไปเรื่อยๆ โดยไม่มีกำหนด

 

อย่างไรก็ดี คำถามที่สำคัญกว่าคือ คุณแพทองธารกำลังส่งสัญญาณอะไรให้สังคมไทยถ้าทุกคนที่เป็นนักธุรกิจทำแบบเดียวกันนายกฯ โอนหุ้นให้บุคคลในครอบครัวด้วยวิธีการเดียวกับคุณแพทองธารทุกคน

 

 ลองถามสามัญสำนึกของวิญญูชนดู ว่าเป็นวิธีการที่ถูกต้องหรือไม่ ถ้าทุกคนทำเหมือนนายกฯ ประเทศไทยจะจัดเก็บภาษีมรดกได้ 0 บาท

 

 สำหรับตนประเด็นนี้ต่อให้สุดท้ายทำได้ถูกกฎหมายก็ยังเรียกได้ว่าเป็น “ธุรกรรมอำพรางวางแผนเพื่อหนีภาษี” ของครอบครัวผู้นำประเทศ

 

2.เรื่องปลาหมอคางดำ ที่อภิปรายโดย นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ นายกฯ ก็ย้ำอีกทีว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนมารับตำแหน่ง แถมยังตั้งงบประมาณไว้ 98 ล้านบาท แต่คำถามที่ณัฐชาถามต่อนายกฯ ไม่ได้ถามว่าจะใช้งบประมาณกี่บาท 

 

แต่ถามว่าเมื่อไหร่ที่รัฐบาลชุดนี้จะบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา เอาบริษัทที่เป็นต้นเหตุของปัญหานี้มาร่วมรับผิดชอบ กลุ่มทุนที่เรากล่าวหาว่ามีความใกล้ชิดกับรัฐบาลทำไมไม่เคยถูกดำเนินคดีใดๆ 

 

แต่กลับต้องเอาภาษีของประชาชนไปรับผิดชอบความผิดของกลุ่มทุนนั้น เป็นอีกเรื่องที่นายกฯ ไม่ยอมตอบคำถามที่สังคมอยากฟัง

 

3.ฝุ่น pm 2.5 ที่ นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ติดตามมาตลอดเป็นผู้อภิปราย นายกฯ ก็เลือกแสดงข้อมูลด้านบวกจากตัวเลขแบบไม่รอบด้าน ทั้งยังภูมิใจว่ารัฐบาลจัดการกับปัญหาฝุ่นได้ดี 

 

แต่สิ่งที่นายภัทรพงษ์ตั้งคำถามคือ เมื่อไรจะใช้ตัวชี้วัดปัญหาให้ถูกต้องและเป็นสากล เพื่อจะได้อยู่ในความจริงเดียวกันกับคนไทยทั้งประเทศ เพราะข้อมูลดาวเทียมจากทั้งต่างประเทศและหลายหน่วยงานที่นายกฯไม่พูดถึงต่างชี้ให้เห็นว่าพื้นที่การเผาไหม้เพิ่มขึ้น ปัญหาฝุ่นหนักขึ้น

 

 การตั้งตัวชี้วัดให้ถูกต้องคือการเริ่มต้นที่ถูกจุด ไม่เช่นนั้นท่านก็จะหนีความจริงไปเรื่อยๆ หยิบเอาแต่ตัวเลขที่ดีขึ้นมาหลอกประชาชน

 

4.ค่าไฟ นายวรภพ วิริยะโรจน์ และ นายศุภโชติ ไชยสัจ ตั้งคำถามต่อนายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ว่าจะเอาอย่างไรกับปัญหาค่าไฟแพง

 

 แต่นายกฯ ก็ใช้กระบวนท่าเดิม ตอบเบี่ยงว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่เคยอนุมัติให้ซื้อไฟเพิ่ม ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เราถาม เราถามว่า ท่านจะเอาอย่างไรกับการแก้แผน PDP ของประเทศที่ประมาณการความต้องการไฟฟ้าสูงเกินจริงมาตลอด

 

ทำให้ต้องมีโรงไฟฟ้าสำรองมากเกินจริง เสียค่าใช้จ่ายเกินจริง และมีค่าไฟแพงเกินสมควรมาตลอด ท่านจะยังสืบสานสิ่งที่ผิดๆ อยู่ต่อไปหรือ ทำไมไม่แก้ให้ถูกต้อง

 

 เพราะเมื่อคนไทยเห็นแต่ข่าวคุณทักษิณ ชินวัตร พ่อของนายกรัฐมนตรีไปตีกอล์ฟกับนักธุรกิจพลังงาน ก็พากันตั้งคำถามถึงผลประโยชน์ทับซ้อน

 

5.โรงแรม เทมส์ วัลเลย์ ที่เขาใหญ่ที่ นายธีรัจชัย พันธุมาศ อภิปรายมีสองประเด็นใหญ่ๆ คือ การออกโฉนดโดยมิชอบและการประกอบธุรกิจโรงแรมที่ผิดกฎหมาย เมื่อวานรัฐมนตรี วราวุธ ศิลปอาชา ได้มาตอบเรื่องโฉนดที่ดิน ซึ่งยังต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลว่าพื้นที่ต้นน้ำเป็นอย่างไรกันแน่

 

ตนก็เชื่อว่าข้อมูลของพวกตนนั้นถูกต้อง แต่อีกเรื่องหนึ่งคือการชี้แจงว่าทางหน่วยงานได้ออกใบอนุญาตที่แห่งนี้ในการประกอบธุรกิจโรงแรมเมื่อปี 2562 

 

ในขณะที่นายธีรัจชัย อภิปรายว่า โรงแรมแห่งนี้เริ่มทำธุรตั้งแต่ปี 2557 คำถามคือตั้งแต่ 2557-2562 โรงแรมแห่งนี้ประกอบการถูกกฎหมายหรือไม่ ก็ไม่ได้รับคำตอบ

 

6.กรณีการรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจของนายทักษิณ ชินวัตร ที่อภิปรายโดย นายรังสิมันต์ โรม แน่นอนว่ากรณีนี้เกี่ยวเนื่องมาจากรัฐบาลชุดก่อน

 

 แต่สิ่งที่นายรังสิมันต์ได้แสดงข้อมูลให้ประชาชนทั้งประเทศเห็นก็คือ นายกฯ อยู่ในฐานะพยานรู้เห็นเป็นใจกับสถานะของพ่อตัวเองมาตลอด

 

สิ่งที่เราอยากได้คำตอบก็คือ ตกลงแล้วนายทักษิณป่วยเป็นอะไรกันแน่ที่ทำให้ได้สิทธิพิเศษในการอยู่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ 

 

7.ปัญหาขบวนการคอลเซ็นเตอร์ที่คนจำนวนมากยังเดือดร้อนอยู่ทุกวันทุกชั่วโมง โดย น.ส.รักชนก ศรีนอก ได้อภิปรายโดยต้องการคำตอบชัดๆ ว่าข่าวที่ออกมาว่าจะมีการออก พ.ร.ก.แบ่งความรับผิดชอบกับสถาบันการเงิน เมื่อไหร่จะออกมาเสียที แต่ก็ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจากนายกรัฐมนตรี 

 

ทั้งหมดนี้คือ 7 คำถามที่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรียังไม่ตอบให้สังคมไทยได้กระจ่าง แม้ว่าจะมีเวลาเหลือให้ชี้แจงสื่อสารกับประชาชน เราเห็นแต่การทำดีลแลกประเทศเอาใจทั้งกลุ่มอำนาจเก่าและกลุ่มทุนใกล้ชิด บิดเบือนกฎหมายเปลี่ยนดำเป็นขาว

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

“ด้วยเหตุที่ผมบอกมาทั้งหมดนี้ ผมจึงขอกล่าวหานายกรัฐมนตรีว่าท่านจงใจทำธุรกรรมอำพรางวางแผนเพื่อหนีภาษี อิงแอบกับกลุ่มทุน เอาใจอำนาจเก่า ละเว้นการใช้อำนาจหน้าที่ของตัวเองในฐานะนายกรัฐมนตรี เป็นคนที่ไม่มีความรู้ความสามารถ ไม่มีความตั้งใจในการแก้ไขปัญหา เลือกหยิบแต่ตัวเลขดีๆ มาหลอกสังคม ท่านหนีภาษี หนีหน้าที่ และหนีความเป็นจริง จึงไม่อาจไว้ใจให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปได้”

นายณัฐพงษ์กล่าวปิดท้าย

 

Thailand Web Stat