นักวิชาการ มธ. ชี้ "แพทองธาร" รอดกฎหมาย แต่จริยธรรมยังถูกจับตา

27 มีนาคม 2568

แม้”แพทองธาร” จะได้รับเสียงไว้วางใจ 319 เสียง แสดงถึงความมั่นคงของรัฐบาล แต่นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชี้ยังไม่ประกันจะอยู่ครบเทอม ต้องขึ้นอยู่กับผลงานและเสียงประชาชน

รศ. ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว นักวิชาการธรรมศาสตร์ วิเคราะห์ผลการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แม้ 'อิ๊งค์' จะตอบโต้รายประเด็นได้ อาจรอดพ้นการเอาผิดทาง กม. แต่ยังมีมิติของศีลธรรมจรรยาที่ต้องพิสูจน์ต่อ เผยคะแนนเสียง 319 สะท้อนความเป็นปึกแผ่นของรัฐบาลได้จริง แต่หากรัฐบาลทำไม่ได้อย่างที่พูดไว้ในสภา อาจอยู่ไม่ครบเทอม ระบุข้อมูลฝ่ายค้านไม่มีอะไรใหม่ ยกเว้นเรื่องไอโอ ทำให้สังคมสนใจวาทะ มากกว่าเนื้อหาการซักฟอก

 

 รศ. ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว อาจารย์ประจำสาขาวิชาการเมืองการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า แม้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะสามารถตอบโต้หรือชี้แจงประเด็นที่ถูกตั้งคำถามจากฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อวันที่ 24-25 มี.ค. ที่ผ่านมาได้ ทั้งกรณีสนามกอล์ฟอัลไพน์ กรณีตั๋วสัญญาการใช้เงิน (P/N)  รวมถึงกรณีอื่นๆ ซึ่งอาจทำให้ น.ส.แพทองธาร รอดพ้นจากการถูกเอาผิดทางกฎหมาย  แต่มิติของศีลธรรมจรรยาและความผิดต่อหลักจริยธรรมร้ายแรงในฐานะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยังไม่จบ นายกรัฐมนตรียังต้องต่อสู้และพิสูจน์ในเรื่องนี้ต่อไป

 

นอกจากฝ่ายค้านแล้ว มีความเป็นไปได้ที่ภาคประชาสังคมที่ขับเคลื่อนเรื่องการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน รวมทั้งประเด็นทางสิ่งแวดล้อม ฯลฯ ที่รู้สึกว่ายังไม่ได้รับคำตอบหรือคำอธิบายที่กระจ่างเพียงพอ จะเข้ามาร่วมผลักดันอีกแรง

นักวิชาการ มธ. ชี้ \"แพทองธาร\" รอดกฎหมาย แต่จริยธรรมยังถูกจับตา

 

รศ. ดร.อรรถสิทธิ์ กล่าวว่า แม้ว่าผลการลงมติไว้วางใจ 319 เสียง จะแสดงให้เห็นถึงความเป็นปึกแผ่นของพรรคร่วมรัฐบาล แต่ คะแนนนี้สะท้อนเพียงว่า ปัจจุบันรัฐบาลยังไม่มีรอยร้าว แต่การอยู่ครบวาระหรือไม่นั้นดูเฉพาะท่าทีของพรรคร่วมไม่ได้ เพราะยังมีอีกหลายปัจจัยร่วม โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเสียงสะท้อนจากประชาชน

 

"แม้นายกฯ จะมีคำอธิบายต่อข้อกล่าวหาต่างๆ ได้ เช่น ประเด็นเศรษฐกิจไม่ดี นายกฯ ก็ยอมรับว่า ใช่ ตอนนี้ยังไม่ดี แต่กำลังจะดีขึ้น ซึ่งจากคำพูดนี้ประชาชนก็จะจับตาต่อไปว่ามันจะดีขึ้นอย่างที่นายกฯ พูดจริงหรือไม่ เพราะถ้ารัฐบาลไม่สามารถทำได้อย่างที่พูดก็มีความเป็นไปได้ที่อาจจะอยู่ไม่ครบเทอม ประชาชนเองประเมินรัฐบาลอยู่ตลอดเวลา และนั่นทำให้รัฐบาลก็ต้องประเมินตนเองเช่นกัน"  

 

ในส่วนของการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน รศ. ดร.อรรถสิทธิ์ มองว่าประเด็นที่หยิบยกขึ้นมาอภิปรายส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่อยู่ในการรับรู้และความสนใจของประชาชนอยู่ก่อนแล้ว จึงทำให้เป็นเรื่องที่ขาดความน่าสนใจและไม่ได้มีอะไรใหม่ ยกเว้นเพียงเรื่องขบวนการไอโอที่สามารถสร้างความเซอร์ไพรส์แก่ผู้รับฟังได้ ทำให้ทางรัฐบาลเตรียมข้อมูลในการชี้แจงหรือตอบคำถามได้

 

ผลพวงจากประเด็นที่ส่วนมากไม่ได้ใหม่นั้น ทำให้ประชาชนมุ่งสนใจที่วาทะและการตอบโต้กันไปมามากกว่าเนื้อหา เห็นได้จากการตัดต่อภาพหรือการทำมีมในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งทำให้ความซีเรียสของเนื้อหาและความเข้มข้นของข้อมูลที่ควรจะเป็นสาระสำคัญอันดับต้นๆ ถูกฝังกลบและลดทอนลง

Thailand Web Stat