posttoday

นายกฯอิ๊งค์สั่งระดมกำลังกู้ตึกสตง.ขีดเส้นหาสาเหตุภายใน7วัน

01 เมษายน 2568

เปิดข้อสั่งการนายกฯอิ๊งค์ ระดมทุกสรรกำลังกู้ซากตึกสตง.ถล่ม ช่วยเหลือผู้ประสบภัย กำหนดมาตรการป้องกันภัยพิบัติเข้มข้น

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ 13/2568 โดยได้มีคำสั่งเร่งด่วนให้ทุกหน่วยงานดำเนินมาตรการป้องกันและรับมือภัยพิบัติ รวมถึงตรวจสอบหาสาเหตุของการถล่มของอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)

มาตรการป้องกันและรับมือภัยพิบัติ

  • กระทรวงมหาดไทย

จัดทำแผนและมาตรการป้องกันภัยพิบัติอย่างชัดเจน พร้อมแบ่งหน้าที่และขั้นตอน (Flowchart) ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนนี้

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) กรมอุตุนิยมวิทยา และ กสทช. เพื่อพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยผ่าน Virtual Cell Broadcast ครอบคลุมโทรศัพท์ทุกรูปแบบ ก่อนที่ระบบ Cell Broadcast จะเสร็จสมบูรณ์ในเดือนกรกฎาคม

กรมโยธาธิการและผังเมือง เร่งออกมาตรการตรวจสอบมาตรฐานอาคารสูงทุกแห่ง

 

  • กระทรวงการต่างประเทศ

ประสานผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเตือนภัยจากประเทศญี่ปุ่น ยุโรป นิวซีแลนด์ และอิสราเอล เพื่อร่วมวางแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมกับประเทศไทย

  • กระทรวงสาธารณสุข

วางแผนรับมือด้านการแพทย์ฉุกเฉินและเตียงสนามให้เพียงพอ รวมถึงจัดเตรียมจิตแพทย์เพื่อดูแลผู้ได้รับผลกระทบ

  • กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

สื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับระบบเตือนภัยและแผนรับมือให้ชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวในไทยรับทราบอย่างชัดเจน

  • กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ระดมนักธรณีวิทยาจัดทำมาตรการรับมือภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ

ตรวจสอบและปรับปรุงระบบเตือนภัยเดิม เช่น ระบบเตือนภัยสึนามิ

นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกัน

กระทรวงศึกษาธิการ

เพิ่มหลักสูตรแผนรับมือภัยธรรมชาติในทุกระดับการศึกษา

กระทรวงคมนาคม

ตรวจสอบเส้นทางคมนาคมให้พร้อมใช้งาน

ตรวจสอบมาตรฐานงานก่อสร้างขนาดใหญ่ให้สามารถรองรับภัยพิบัติได้

สำนักนายกรัฐมนตรี

ร่วมมือกับ ปภ. กำหนดมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็ว

  • กรมประชาสัมพันธ์

เป็นศูนย์กลางกระจายข่าวสารที่ถูกต้อง ครบถ้วน และรวดเร็ว

ประสานภาคเอกชนให้ใช้ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่เผยแพร่ข้อมูลแจ้งเตือน

  • เร่งสืบสวนเหตุอาคาร สตง. ถล่ม

นายกรัฐมนตรีสั่งการให้คณะกรรมการสอบสวนหาสาเหตุอาคาร สตง. ถล่มให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน พร้อมย้ำว่าหากพบการกระทำผิดต้องดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด

กระทรวงยุติธรรม รายงานว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้รับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ และตรวจสอบพบว่ามีธุรกิจของชาวต่างชาติที่ใช้ "นอมินี" มากถึง 17 บริษัท

กระทรวงพาณิชย์ ตรวจสอบพบว่า บริษัทดังกล่าวรับงานจากหน่วยงานรัฐทั้งหมด 11 โครงการ โดย 10 โครงการอยู่ระหว่างก่อสร้าง ส่วนอีก 1 โครงการเป็นอาคารเรียนของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งจะถูกตรวจสอบเพิ่มเติม

กระทรวงอุตสาหกรรม ตรวจสอบพบว่าเหล็กที่ใช้ในการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน และจะส่งข้อมูลให้พนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไป