การค้นพบกล้ามเนื้อที่ช่วยเผาผลาญพลังงานแม้นั่งอยู่
การออกกำลังกาย กิจวัตรประจำวันแต่มีอีกหลายคนที่ไม่อยากทำ ด้วยเหตุผลด้านสุขภาพหรือในเชิงจิตใจ บางท่านอาจอยากให้เราสามารถผอมเองโดยไม่ต้องออกแรง เรื่องที่เคยคิดว่าเพ้อฝันแต่จากการวิจัยล่าสุดพบว่า กล้ามเนื้อในร่างกายสามารถเผาผลาญไขมันได้แม้เราจะนั่งเฉยๆ
น้ำหนักตัวถือเป็นหนึ่งในเรื่องน่าหนักใจสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันสำหรับหลายท่าน โดยเฉพาะกลุ่มผู้รักษาสุขภาพที่ติดใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ ถือเป็นหนึ่งในปัญหาให้คนมากมายต้องกังวลนับแต่อดีต ยังไม่รวมการรักษารูปร่างหน้าตาที่ถือว่าน้ำหนักเป็นศัตรูตัวร้าย
ที่ผ่านมาหลายท่านอาจประสบปัญหาหรือต้องปวดหัวกับการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในกำหนด ต้องคอยออกกำลังกายเป็นประจำต่อเนื่อง แต่สภาพอากาศเมืองไทยเองก็ไม่เอื้ออำนวยนักโดยเฉพาะในหน้าฝน การออกกำลังกายโดยเฉพาะกิจกรรมกลางแจ้งทั้งหลายอาจไม่สะดวกนัก
แต่การค้นพบครั้งใหม่ทำให้ได้รู้ว่าร่างกายของเราสามารถเผาผลาญไขมันได้แม้ขณะนั่งอยู่เฉยๆ ได้เช่นกัน
การค้นพบคุณสมบัติของกล้ามเนื้อที่ช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย
นั่งเฉยก็สามารถเผาผลาญไขมัน แค่ฟังก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องวิเศษโดยเฉพาะสายรักสุขภาพที่ไม่อยากขยับตัวออกจากบ้าน หรือท่านที่ต้องการลดน้ำหนักแต่มีข้อจำกัดบางประการด้านสุขภาพ หากสามารถเผาผลาญไขมันได้โดยไม่ต้องออกแรงมาก อาจเป็นทางออกด้านปัญหาสุขภาพให้กับคนอีกมากมายบนโลก
แต่หลายคนอาจกังขาเล็กน้อยว่าเรื่องขัดความเข้าใจชั่วชีวิตนี้เป็นไปได้จริงหรือ?
งานวิจัยเรื่องนี้เกิดขึ้นจากทีมวิจัยด้านสุขภาพของ University of Houston ทำการกระตุ้นระบบเผาผลาญรูปแบบใหม่ชื่อว่า Soleus pushup(SPU) ด้วยคุณสมบัติในการยกระดับการเผาผลาญพลังงานของกล้ามเนื้อภายในร่างกายได้ แม้จะอยู่ในสภาวะที่นั่งเฉยไม่ทำการเคลื่อนไหวก็ตาม
โดยสิ่งนี้เกิดขึ้นจากกล้ามเนื้อ Soleus ในบริเวณน่อง การวิจัยล่าสุดช่วยให้พวกเขาค้นพบว่า เมื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อดังกล่าวให้ทำงาน จะมีขีดความสามารถเผาผลาญพลังงานมากกว่าการออกกำลังกายชนิดทั่วไป และมีประสิทธิภาพในการรักษาสมดุลน้ำตาลในเลือดอีกด้วย
การค้นพบความสามารถของกล้ามเนื้อชนิดนี้เองที่เป็นหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ แม้จะเป็นส่วนที่มีอยู่ในร่างกายมาตลอดแต่ปราศจากกาศึกษาจริงจัง จึงทำให้ไม่เคยรู้เลยว่าหากสามารถกระตุ้นกล้ามเนื้อนี้ขึ้นมาได้สำเร็จ อัตราการเผาผลาญพลังงานในร่างกายจะเพิ่มสูง ไม่ใช่ในระดับนาทีแต่อยู่ได้ยาวนานนับชั่วโมงเลยทีเดียว
กลไกการทำงานของ Soleus กล้ามเนื้อที่ช่วยเผาผลาญไขมัน
คุณสมบัติของกล้ามเนื้อ Soleus คือการเผาผลาญพลังงานจากกล้ามเนื้อมัดนี้ไม่ได้ใช้ ไกลโคเจน หรือ อาหารสะสมซึ่งสร้างจากกลูโคส แต่อาศัยไขมันและระดับน้ำตาลในเลือดมาเปลี่ยนเป็นพลังงาน ถือเป็นคุณสมบัติสำคัญทำให้กล้ามเนื้อนี้แตกต่างจากกล้ามเนื้อชนิดอื่น
จากการไม่ต้องพึ่งพาไกลโคเจนหรือสารอาหารแบบกล้ามเนื้อทั่วไป ทำให้กล้ามเนื้อ Soleus สามารถทำงานได้เป็นเวลายาวนานหลายชั่วโมง โดยไม่เกิดอาการเมื่อยล้าแบบกล้ามเนื้อชนิดอื่น เนื่องจากไม่เกิดการสูญเสียไกลโคเจนในปริมาณมาก จึงไม่ส่งผลกระทบต่อความทนทานกล้ามเนื้อ
ด้วยเหตุนี้เองกล้ามเนื้อ Soleus จึงสามารถทำงานได้เป็นเวลานานโดยแทบไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย นอกจากนี้เมื่อลองตรวจสอบระดับน้ำตาลในเลือดแล้วพบว่า ปริมาณน้ำตาลในเลือดหลังกล้ามเนื้อ Soleus ทำงานลดลงจากเดิม 52% อีกทั้งยังช่วยลดความต้องการอินซูลินแก่ผู้ป่วยเบาหวานลง 60% หลังการดื่มเครื่องดื่มกูลโคสไปเป็นระยะเวลา 3 ชั่วโมง
นี่อาจเป็นเพียงก้าวแรกภายหลังการค้นพบกล้ามเนื้อชนิดนี้ แต่จัดว่ามีความสำคัญต่อวงการแพทย์ ทั้งในด้านการเผาผลาญพลังงานซึ่งหากสามารถเลียนแบบการทำงานของกล้ามเนื้อนี้สำเร็จ เป็นไปได้ว่าอาจเป็นประโยชน์ในการช่วยลดน้ำหนักหรือเผาผลาญไขมันแก่ผู้ป่วยบางกลุ่มโดยเฉพาะ
เช่นเดียวกับประสิทธิภาพในการเผาผลาญระดับน้ำตาลในเลือด เรื่องสำคัญต่อร่างกายของคนเราโดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวาน หากสามารถเร่งระดับการเผาผลาญ ลดให้ค่าน้ำตาลในเลือดไม่สูงเกินไปได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย อาจช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติในอนาคต
โดยพื้นฐานกล้ามเนื้อส่วนนี้จะได้รับการกระตุ้นให้ทำงานจากท่านั่งราบไปบนพื้นแล้วเหยียดขา กล้ามเนื้อ Soleus จะถูกกระตุ้นการทำงานเพื่อเผาผลาญไขมันและน้ำตาลในเลือดโดยอัตโนมัติ ฟังดูดีแต่สิ่งหนึ่งที่ต้องทราบคือแท้จริงกล้ามเนื้อชนิดนี้มีสัดส่วนเพียง 1% จากทั่วทั้งร่างกาย ดังนั้นปริมาณในการเผาผลาญดังกล่าวจึงมีอัตราส่วนน้อยมาก
อีกทั้งแม้มีการค้นพบกล้ามเนื้อ Soleus และระบบการทำงานรูปแบบใหม่ งานวิจัยนี้ก็เป็นเพียงการค้นพบในเชิงสรีรวิทยาด้วยคุณสมบัติใหม่ภายในร่างกาย ไม่ใช่คำแนะนำในเชิงสุขภาพแต่อย่างใด หากต้องการสุขภาพแข็งแรงหรือรักษารูปร่างเรายังจำเป็นต้องออกกำลังกายเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ตามการแนะนำของผู้เชี่ยวชาญต่อไป
แม้อาจดับฝันสำหรับท่านที่คาดหวังความเปลี่ยนแปลงอยู่บ้าง แต่เมื่อประเมินจากผลลัพธ์โดยรวม การออกกำลังกายยังคงเป็นกิจกรรมที่สำคัญเพื่อรักษาสุขภาพร่างกายแก่ร่างกายอยู่ดี
ที่มา