เปิดวิสัยทัศน์ ณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์ SME ไทย คนใหม่

20 มีนาคม 2568

“ณพพงศ์ ธีระวร” รับไม้ต่อ นั่งประธานสมาพันธ์ SME ไทย ต่อจาก “แสงชัย ธีรกุลวาณิช” ชู 4 วิสัยทัศน์ ขับเคลื่อน SMEs ไทย

“ณพพงศ์ ธีระวร” ได้รับการคัดเลือกเป็น ประธานสมาพันธ์ SME ไทย คนล่าสุด หลังจากที่ แสงชัย ธีรกุลวาณิช หมดวาระลง หลังจากที่ดำรงตำแหน่งมา 2 สมัย วาระละ 2 ปี โดยนายแสงชัย ยังคง นั่งเป็นประธานยุทธศาสตร์ของสมาพันธ์ เหมือนประธานกิตติมศักดิ์ของสมาพันธ์

สำหรับนายณพพงศ์ ธีระวร มีวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนสมาพันธ์ ในช่วงที่หาเสียง ผ่านเฟซบุ๊ก ส่วนตัว ดร.ณพพงศ์ ธีระวร ว่า คือ 1.สร้างเสริมสัมพันธ์ 2.สร้างสรรค์โอกาส 3.เสริมสร้างศักยภาพ 4.สรรค์สร้างเศรษฐกิจไทย 

1.ทำไมต้องสร้างเสริมสัมพันธ์ 

การจับมือร่วมกันทำงานระหว่างภาคเอกชน-ภาคเอกชน และภาคเอกชน-ภาครัฐ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการแก้ปัญหาและพัฒนา SMEs ที่มีกว่า 3 ล้านราย หรือคิดเป็น 99.5% ของจำนวนผู้ประกอบการทั้งหมด 

และบ่อยครั้งที่ SMEs ถูกปรามาสมาโดยตลอดถึงความไม่สามัคคีกัน และบ่อยครั้งอีกเช่นกันที่นำไปสู่ความขัดแย้ง ดังนั้นการสร้างระบบและการวางโครงสร้าง รวมถึงการสร้างช่องทางการสื่อสาร เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบุคคลหรือกลุ่มคน จึงเป็นสิ่งจำเป็น 

การสร้างเสริมความสัมพันธ์ จึงเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่จะนำเครือข่ายของผู้ประกอบการรายเล็ก รายน้อย และรายย่อยที่ถูกเรียกว่า SMEs ไปสู่ความสำเร็จร่วมกันในอนาคตครับ 

2.สร้างสรรค์โอกาส

การรวมตัวกันของผู้ประกอบการรายเล็ก & รายน้อยจะสร้างโอกาสทางการค้าระหว่างกันได้มากขึ้น ซึ่งโอกาสจะมาจากตัว SMEs เอง และโอกาสจะมาจากการไปต่อเชื่อมกับองค์กรภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศได้ง่ายขึ้น

รวมถึงโอกาสจะมาจากการไปต่อเชื่อมกับกลไกการช่วยเหลือภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้ ซึ่งจะนำไปสู่โอกาสที่พี่น้อง SMEs จะอยู่รอด และโอกาสในการสร้าง GDP SME ให้ขยายตัว ก็จะมีสูงขึ้นด้วย เพราะฉนั้นการวางโครงสร้างและสร้างฐานรากของการอยู่ร่วมกันด้วยความสามัคคีของพี่น้อง SMEs จึงเป็นสิ่งสำคัญ 

3.เสริมสร้างศักยภาพ อย่างไร ???

องค์ความรู้จำเป็นมากสำหรับการขับเคลื่อนองค์กรและความอยู่รอดของ SMEs ดังนั้นสมาพันธ์ฯจะเป็นคลังปัญญาสำหรับการดำเนินธุรกิจ ให้กับพี่น้อง SMEs เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้กับผู้ประกอบการไทยครับ 

4.สรรค์สร้างเศรษฐกิจไทย

หนึ่งในเป้าหมายของสมาพันธ์ SME ไทย คือการเพิ่ม GDP SME จาก 35% เป็น 40% ซึ่งไม่เพียงต้องขยายจำนวน SMEs ให้มากกว่า 3 ล้านราย แต่ยังต้องสร้างช่องทางเพิ่มมูลค่าของปริมาณการค้าที่มีอยู่ในปัจจุบันอีกด้วย

Thailand Web Stat