ผู้ผลิตไก่เนื้อต้องปรับตัว EU เข้มสวัสดิภาพสัตว์ สินค้านำเข้า

ผู้ผลิตไก่เนื้อต้องปรับตัว EU เข้มสวัสดิภาพสัตว์ สินค้านำเข้า

21 มีนาคม 2568

SME ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมไก่เนื้อต้องปรับตัว หากกฎระเบียบด้านสวัสดิภาพสัตว์ของยุโรปเข้มงวดขึ้นอาจส่งผลต่อการส่งออก

KEY

POINTS

  • SME ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมไก่เนื้อต้องปรับตัว หากกฎระเบียบด้านสวัสดิภาพสัตว์ของยุโรปเข้มงวด อาจกระทบการส่งออ

องค์กรการกุศลด้านฟาร์มเลี้ยงสัตว์ Compassion in World Farming (CIWF) ได้เผยแพร่รายงาน ChickenTrack ล่าสุดซึ่งติดตามความคืบหน้าของบริษัทต่าง ๆ ในการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสวัสดิภาพสัตว์ที่สูงขึ้นตามพันธสัญญา Better Chicken Commitment (BCC)

 

โดยรายงาน ChickenTrack จะติดตามการปฏิบัติตามเกณฑ์ที่อิงตามหลักวิทยาศาสตร์ของ BCC ซึ่งหากปฏิบัติตามครบถ้วนจะสามารถช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตของไก่เนื้อหลายล้านตัว

 

สำหรับผู้ผลิตไก่เนื้อในประเทศไทย การปรับตัวให้สอดคล้องกับมาตรฐานเหล่านี้ถือเป็นโอกาสที่ดีในการเสริมสร้างความแข็งแกร่ง และความน่าเชื่อถือในฐานะผู้จัดหาผลิตภัณฑ์ที่เชื่อถือได้ในตลาดสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร

 
ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 1970 อุตสาหกรรมไก่ไทยได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการปรับตัวที่โด่นเด่น จากการเลี้ยงในฟาร์มหลังบ้านสู่การเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมการผลิตไก่เนื้อที่ทันสมัยที่สุดของโลก 

โดยอุตสาหกรรมนี้ได้มีการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลมาเป็นอย่างดีตลอดมา ตั้งแต่ความปลอดภัยของอาหารตลอดจนการตรวจสอบย้อนกลับไปจนถึงต้นทาง นอกจากนี้ยังมีความพร้อมในการตอบโจทย์ความคาดหวังด้านสวัสดิภาพสัตว์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงได้อีกด้วย

 
พันธสัญญา Better Chicken Commitment (BCC)

 
ChickenTrack EU ของสหภาพยุโรปดำเนินการติดตามและรายงานความคืบหน้าของธุรกิจต่าง ๆ ในการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตไก่เนื้อที่มีสวัสดิภาพสูงขึ้น โดยข้อมูลทั้งหมดจะเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส 


บริษัทที่ได้รับรับเลือกจะอิงจากความเกี่ยวข้องทางภูมิศาสตร์ ขนาด และการมีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมไก่ตั้งแต่ในอดีต ซึ่งเกณฑ์ดังกล่าวจะช่วยในการขยายภาพรวมของการเคลื่อนไหวทางอุตสาหกรรมเพื่อการปฏิบัติตามพันธสัญญา Better Chicken Commitment ในห่วงโซ่อุปทานไก่เนื้อ

 
ChickenTrack EU 2024 ได้ทำการประเมินธุรกิจอาหาร 93 แห่งทั่วยุโรปที่ได้ปฏิบัติตามพันธสัญญาในการเปลี่ยนแปลงไปสู่การผลิตไก่เนื้อที่มีสวัสดิภาพสูงขึ้น

 

โดยจะติดตามความคืบหน้าในการปฏิบัติตามเกณฑ์หลักของ BCC ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ดังนี้

 

  • ใช้สายพันธุ์ไก่ที่โตช้าลงและมีสุขภาพแข็งแรงกว่า
  • จัดสรรพื้นที่อยู่อาศัยที่กว้างขึ้น
  • มีการเสริมสภาพแวดล้อมที่ดี เช่น แสงธรรมชาติ คอนสำหรับเกาะ และวัสดุให้จิกเล่น เช่น เมล็ดธัญพืชและฟาง เพื่อกระตุ้นการเคลื่อนไหว
  • ใช้วิธีการเชือดที่มีมนุษยธรรมมากขึ้น
  • ปฏิบัติตามการตรวจสอบสวัสดิภาพสัตว์โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรายงานผลต่อสาธารณะทุกปี

 
 

ผลิตภัณฑ์ไก่เนื้อของไทยมีความสำคัญอย่างมากต่อห่วงโซ่อุปทานระดับโลก และมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่ออุตสาหกรรมสัตว์ปีกระหว่างประเทศ แม้ว่าบริษัท 93 แห่งที่เข้าร่วมการประเมินจาก ChickenTrack EU จะดำเนินธุรกิจในระดับโลก 

 

อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติตามมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ที่สูงขึ้นของบริษัทอาจยังไม่ครอบคลุมทั่วทุกส่วนของห่วงโซ่อุปทาน ช่องว่างนี้ถือเป็นทั้งความท้าทายและโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้บริโภคชาวไทยที่ให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพสัตว์อย่างมาก

 

ผลการค้นพบที่สำคัญจาก Chicken Track 2024

 

จากการติดตาม 93 บริษัท พบว่า 64 บริษัทได้รายงานถึงความคืบหน้า ในขณะที่อีก 29 บริษัทยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมใด ๆ ในปีนี้ มี 11 บริษัทได้รายงานความคืบหน้าสำหรับการเปลี่ยนแปลงเป็นครั้งแรก

 

ได้แก่ บริษัท Eataly ในอิตาลี ซึ่งมีพัฒนาการที่โดดเด่น โดยบรรลุเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านได้ถึง 90% ในการจัดเก็บความหนาแน่นในการเลี้ยง (stocking density), 80% ในการเปลี่ยนแปลงพันธุ์ไก่ และ 70% ในการใช้วิธีเก็บรักษาแบบควบคุมบรรยากาศ (CAS) 


นอกจากนี้ 4 บริษัทจาก 11 บริษัทนี้ยังเป็นบริษัทใหม่ที่เข้าร่วมกับ ChickenTrack ในปี 2024 ได้แก่ บริษัท Big Mamma Group, Les 3 Brasseurs, Taiko Foods และ Yo! Sushi

 

การเปลี่ยนสายพันธุ์ไก่และการลดความหนาแน่นในการเลี้ยงยังคงเป็นเกณฑ์การผลิตของ BCC ที่ดำเนินการยากที่สุดและมีอัตราการเปลี่ยนแปลงที่ต่ำที่สุด

 

ในกลุ่มบริษัทที่รายงานความคืบหน้าตามเกณฑ์ มีเพียงสองบริษัทเท่านั้น ได้แก่ บริษัท Schiever Distribution และ Waitrose ที่รายงานการปฏิบัติตามเกณฑ์ด้านความหนาแน่นในการเลี้ยงได้ครบถ้วน 100% 

 

โดยมีอีก 6 บริษัทที่ทำการเปลี่ยนแปลงมากกว่า 50% สำหรับ Schiever Distribution เป็นบริษัทเดียวที่รายงานการปฏิบัติตาม 100% ในเรื่องพันธุ์ไก่

 

ในขณะที่บริษัท Eataly และ Monoprix ก็ได้แสดงความก้าวหน้าในด้านนี้เช่นกัน โดยได้รายงานการปฏิบัติตามเกณฑ์มากกว่า 50% นอกจากนี้ ยังมี 6 บริษัทที่บรรลุการปฏิบัติตามเกณฑ์มากกว่า 30% ในเรื่องพันธุ์ไก่5

 
โอกาสเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้ส่งออกไก่เนื้อไทย

 

การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายครั้งสำคัญกำลังจะเกิดขึ้น คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศ วิสัยทัศน์ด้านเกษตรกรรมและอาหาร (กุมภาพันธ์ 2025) ซึ่งระบุว่ากฎหมายใหม่ในอนาคตจะกำหนดให้มีมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับสินค้าทุกชนิดที่วางจำหน่ายในสหภาพยุโรป

 

รวมถึงสินค้านำเข้าต่าง ๆ นโยบายนี้จะช่วยปิดช่องโหว่ที่เคยเปิดโอกาสให้สินค้าจากภูมิภาคที่มีมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ต่ำกว่าเกณฑ์เข้ามาจำหน่ายในตลาดยุโรป เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมและช่วยยกระดับมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ในระดับโลก

 
ในปี 2024 ประเทศไทยส่งออกไก่เนื้อไปยังสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรรวมมูลค่ากว่า 1.26 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ7 นับเป็นผู้จัดหาผลิตภัณฑ์รายใหญ่ที่สุดของภูมิภาค สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่สำคัญของไทยในการสนับสนุนการดำเนินมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ที่สูงขึ้นในยุโรปนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง 

 

เมื่อแนวโน้มของผู้บริโภคและข้อบังคับในยุโรปมุ่งสู่มาตรฐานที่สูงขึ้น การปรับตัวให้สอดคล้องกับพันธสัญญา BCC (Better Chicken Commitment) จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการรักษาสิทธิ์ในการเข้าถึงตลาด และเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในฐานะผู้นำการค้าไก่เนื้อระดับโลก

 

การสนับสนุนบริษัทในการเปลี่ยนผ่านสู่มาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ที่สูงขึ้น องค์กร CIWF ให้การสนับสนุนที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้บริษัทต่าง ๆ พัฒนาแผนงานและสร้างแนวทางที่เป็นระบบโดยเฉพาะ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านประสบสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

 

นอกจากนี้ ทุกบริษัทยังได้รับการสนับสนุนให้เข้าร่วม Better Chicken Business Network ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ CIWF เปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา ในฐานะศูนย์กลางสำหรับติดตามข่าวสารล่าสุด

 

กิจกรรม และเนื้อหาพิเศษที่เกี่ยวข้องกับ BCC เครือข่ายนี้มีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในห่วงโซ่อุปทานไก่เนื้อ โดยช่วยเชื่อมโยงบริษัทที่กำลังเผชิญปัญหาในการหาผู้จัดหาผลิตภัณฑ์หรือผู้ซื้อที่สอดคล้องตามพันธสัญญา BCC ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญสู่อนาคตที่ไก่เนื้อตามพันธสัญญา BCC กลายเป็นมาตรฐานหลักของอุตสาหกรรม


ดร. เทรซี่ โจนส์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจอาหารระดับโลกขององค์กรการกุศลด้านฟาร์มเลี้ยงสัตว์หรือ Compassion in World Farming กล่าวว่า ไก่เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึกและสมควรได้รับคุณภาพชีวิตที่ดี รวมถึงมีโอกาสแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติของพวกเขา

 

พันธสัญญา Better Chicken Commitment (BCC) ได้กำหนด 5 ขั้นตอนที่ชัดเจนในการยกระดับสวัสดิภาพของไก่ และ ChickenTrack มีบทบาทสำคัญในการติดตามความก้าวหน้าของบริษัทต่าง ๆ

 

เพื่อให้ไก่ที่มีสวัสดิภาพสูงกลายเป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรม เราขอเรียกร้องให้บริษัทต่าง ๆ นำมาตรฐาน BCC มาใช้ และลงทุนในการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายผ่านแผนปฏิบัติการที่แข็งแกร่งและรายงานความคืบหน้าอย่างโปร่งใส เพราะการสร้างผลกระทบต่อสวัสดิภาพของไก่โดยสมบูรณ์จะเกิดขึ้นได้จริง ก็ต่อเมื่อบริษัทสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานได้ครบ 100%

 
ไก่ที่มีสวัสดิภาพสูงเป็นโอกาสทางการตลาดเชิงกลยุทธ์สำหรับธุรกิจไก่เนื้อไทย เมื่อผู้ซื้อจากสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรยังคงยกระดับความคาดหวังในเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ ผู้ผลิตในไทยที่ขยายความสามารถในการจัดหาไก่ที่มีสวัสดิภาพสูงจะสามารถเสริมสร้างชื่อเสียงในฐานะผู้จัดหาที่เชื่อถือได้ ซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จระยะยาวในตลาดส่งออกที่มีมูลค่าสูงเหล่านี้ 


โดยการปรับตัวให้สอดคล้องกับพันธสัญญา Better Chicken Commitment (BCC) อย่างเต็มที่ ผู้ผลิตสามารถก้าวนำหน้าความต้องการด้านกฎระเบียบและความคาดหวังของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงได้ ทำให้มั่นใจได้ว่าจะยังคงเป็นผู้จัดหาที่ได้รับความนิยมในตลาดการค้าโลกอยู่เสมอ


อย่างไรก็ตาม เรื่องสวัสดิภาพสัตว์ เกี่ยวข้องกับธุรกิจ SME ในบางมิติ โดยเฉพาะผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ขนาดกลางและเล็กที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานไก่เนื้อของไทย หากกฎระเบียบและมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ของยุโรปเข้มงวดขึ้น ธุรกิจ SME ที่ต้องการส่งออกหรือเป็นซัพพลายเออร์ให้กับบริษัทใหญ่ก็อาจต้องปรับตัวตามพันธสัญญา Better Chicken Commitment (BCC) เช่นเดียวกัน

 

ทั้งนี้ ธุรกิจ SME ที่ไม่ได้มุ่งเน้นตลาดส่งออกอาจไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงมากนักในระยะสั้น แต่หากแนวโน้มสวัสดิภาพสัตว์กลายเป็นมาตรฐานหลักของอุตสาหกรรม ก็อาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการแข่งขันในอนาคต
 

Thailand Web Stat