สภาอุตสาหกรรม เปิดผลงานปี 67 ยกระดับ SMEs ด้วย AI กว่า 1,700 ราย
ผลักดัน SMEs สู่องค์กรนวัตกรรม 300 ราย เข้าถึงเงินทุน ปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียวกว่า 351 ราย และผลักดันสู่ตลาดโลก 600 ราย
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การยกระดับ SMEs สู่สากล คือ 1 ใน 5 ยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานของ ส.อ.ท. ภายใต้ยุทธศาสตร์ Smart SMEs ยกระดับ SMEs สู่สากล ประกอบด้วยการทำงาน 4 ด้าน ได้แก่
1.GO Digital & AI ผลักดัน SMEs ให้ปรับตัวสู่ดิจิทัลกว่า 1,700 ราย โดยการยกระดับอุุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยมีการดำเนินการภายใต้โครงการ “Digital One” (Digital One Starter Package) ซึ่งเป็นการยกระดับ SMEs ไทย ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่รวบรวมโซลูชัน เพื่อสนับสนุนการทำงานและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจ
2. GO Innovation ผลักดัน SMEs ให้เป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม 300 ราย โดยส่งเสริมให้ SMEs เข้าถึงนวัตกรรมและงานวิจัยมากขึ้นผ่านโครงการกองทุุนอินโนเวชั่่นวัน รวมถึงโครงการด้านนวัตกรรมต่างๆ โดยสนับสนุน SMEs และสตาร์ทอัพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า รวมทั้งช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ด้านการเงิน
3. GO Green ส่งเสริม SMEs ปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียวกว่า 351 ราย และเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการ SMEs ดำเนินงานตามแนวคิดการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน หรือ ESG ตลอดจนสร้างแต้มต่อในการเลือกใช้สินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้ SMEs เข้าร่วมการประเมิน SME Green Index เพื่อสามารถปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว และส่งเสริมให้ SMEs ได้รับการรับรองฉลากสิ่งแวดล้อม (Eco Label) รวมทั้งหาแหล่งเงินทุนให้ SMEs เพื่อนำไปพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการพัฒนากระบวนการผลิต เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
4. GO Global ส่งเสริม SMEs เตรียมความพร้อมสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 600 ราย โดยผลักดันผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถผลิตและส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศในมาตรฐานที่ต่างประเทศยอมรับ รวมถึงการขยายโอกาสในการเข้าถึงตลาด ผ่านการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในประเทศและต่างประเทศ
ปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงและเจอกับความท้าทายรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า สงครามทางเทคโนโลยี หรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดังนั้น ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องรับมือและปรับตัวโดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง
นายเกรียงไกร กล่าวว่า ส.อ.ท.พร้อมจับมือกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา องค์กรระหว่างประเทศและภาคประชาสังคม เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ด้วยการสานต่อการดำเนินงานในวาระปี 2567-2569 ภายใต้นโยบาย “ONE FTI” (ONE Vision, ONE Team, ONE Goal) ที่มุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมเดิม (First Industries) ประกอบด้วย 47 กลุ่มอุตสาหกรรม (11 คลัสเตอร์) 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด (5 ภาค/คลัสเตอร์จังหวัด) ไปพร้อมๆ กับการยกระดับสู่อุตสาหกรรมใหม่หรืออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (Next-GEN Industries) ที่ประกอบด้วย
อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curves) การพัฒนาอุตสาหกรรมด้วยโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) หรือ BCG รวมทั้งการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศด้านสังคม เศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม
ตลอดจนสร้างความร่วมมือไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมและสภาอุตสาหกรรมจังหวัด เพื่อนำไปสู่เป้าหมายเดียวกันในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมไทย เพื่อประเทศไทยที่เข้มแข็งกว่าเดิม ซึ่งถือเป็นวิสัยทัศน์ในการดำเนินงานวาระนี้
สำหรับอีก 4 ยุทธศาสตร์ที่เหลือ คือ 1. Industry Collaboration ผนึกกำลังอุตสาหกรรมไทยให้เข้มแข็ง 2. First 2 Next-Gen Industry ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่อนาคต 3. Smart Service Platform พัฒนาการบริการเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทย และ 4. Sustainability, Achieve ESG ส่งเสริมอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืน