
DITP รับนโยบาย "ศุภจี" ประชุมทูตย์พาณิชย์ทั่วโลก ขยายตลาดผลไม้
DITP รับนโยบาย "ศุภจี" ประชุมทูตย์พาณิชย์ทั่วโลก ขยายตลาดผลไม้ ใช้ “ตลาดนำการผลิต” ขยายผ่านงานแสดงสินค้าและเครือข่าย Thai SELECT
KEY
POINTS
- กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) จัดประชุมทูตพาณิชย์ทั่วโลกตามนโยบาย "ศุภจี" กำหนดแนวทางขยายตลาดผลไม้
- มุ่งขับเคลื่อนการส่งออก "ผลไม้แปรรูป" เชิงรุก พัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูป อาหารและเวชสำอาง) และเร่งขยายผ่านงานแสดงสินค้าและเครือข่ายร้านอาหาร Thai SELECT
- เตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการด้านกฎระเบียบการนำเข้า และเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างผู้ส่งออกกับเกษตรกร
นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบหมายให้ นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ทั่วโลก เพื่อกำหนดแนวทางขับเคลื่อนการส่งออกผลไม้แปรรูปเชิงรุก
โดยใช้แนวคิดตลาดนำการผลิต (Demand Driven) มุ่งใช้ความต้องการของตลาดโลกเป็นตัวกำหนดทิศทางการผลิตและการพัฒนาสินค้า เพื่อเพิ่มมูลค่าผลไม้ไทยและสร้างโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการและเกษตรกรไทย
ทั้งนี้ ในการประชุม ได้กำหนดแนวทางการทำงาน โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จะส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าผลไม้ไทย เช่น ทุเรียน มังคุด ลำไย มะพร้าว และมะม่วง ผ่านการแปรรูปที่หลากหลาย ทั้งกลุ่มอาหาร อาทิ ฟรีซดราย อบแห้ง แช่แข็ง พิวเร่ ซอส และไอศกรีม
รวมถึงกลุ่มที่ไม่ใช่อาหาร เช่น เวชสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และสินค้าไบโอเบส เพื่อให้สอดรับกับแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก
ส่วนการขยายตลาดในระยะเร่งด่วน (Quick Win) จะเร่งผลักดันการทำตลาดผ่านงานแสดงสินค้านานาชาติทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ THAIFEX–Anuga Asia งาน Thai Festival และเทศกาลท้องถิ่นในประเทศต่าง ๆ ควบคู่กับการใช้เครือข่ายร้านอาหาร Thai SELECT ในต่างประเทศเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้
รวมถึงจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อเจาะตลาดผู้ประกอบการกลุ่ม HORECA รายใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจเบเกอรี่ ไอศกรีม และอุตสาหกรรมอาหาร
นอกจากนี้ จะทำการผลักดันผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพสูง เช่น น้ำมะพร้าวและผลไม้แห้ง เจาะตลาดผู้บริโภคสายสุขภาพและตลาดของฝาก
โดยชูจุดเด่นด้านคุณค่าทางโภชนาการและการเป็นสินค้าพรีเมียมสำหรับช่วงเทศกาลสำคัญ และการเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการ จะเร่งให้ข้อมูลและคำแนะนำเกี่ยวกับกฎระเบียบ มาตรฐาน และข้อกำหนดการนำเข้าของประเทศคู่ค้า
ตลอดจนเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Integration) ระหว่างผู้ส่งออกกับผู้ผลิตรายย่อยและกลุ่มเกษตรกรที่มีศักยภาพ ให้เข้ามาเป็นเครือข่ายการผลิต (OEM/Supplier) เพื่อสร้างรายได้ กระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ และเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบนิเวศการส่งออกของไทย
“แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้ผลไม้แปรรูปไทยสามารถเจาะตลาดเป้าหมายได้อย่างตรงจุด เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรไทย และยกระดับรายได้ของเกษตรกรและผู้ประกอบการไทยในระยะยาว”
สำหรับการส่งออกผลไม้สดสำคัญของไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-19 ก.ค.2569 พบว่า การส่งออกทุเรียนสดไปจีน มีปริมาณ 1,000,763.66 ตัน มูลค่า 114,818.15 ล้านบาท สามารถทำสถิติส่งออกสะสมทะลุ 1 ล้านตันได้ตั้งแต่ช่วงกลางปี
และการส่งออกมังคุดสดไปจีนในช่วงเดียวกัน มีปริมาณ 148,776.68 ตัน มูลค่า 10,204.80 ล้านบาท และจะทะลุเป้าหมาย 150,000 ตันในเดือน ก.ค.2569







