ซีอีโอ Mistral มั่นใจ AI พลิกโฉมเศรษฐกิจโลก ดัน GDP ทุกชาติโต
ซีอีโอ Mistral สตาร์ทอัพ AI แถวหน้าจากฝรั่งเศสมั่นใจ AI พลิกโฉมเศรษฐกิจโลก ดัน GDP ทุกชาติโต double digits ย้ำทุกประเทศเร่งเครื่องวางรากฐาน AI รับการเปลี่ยนแปลง
รายงานจาก Business Insider เผยว่า อาร์เธอร์ เมนช์ (Arthur Mensch) ผู้บริหารสูงสุดของ Mistral สตาร์ทอัพ AI แถวหน้าจากฝรั่งเศส ออกมาแสดงทรรศนะที่น่าจับตามอง โดยคาดการณ์ว่า
เทคโนโลยี AI จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของทุกชาติทั่วโลกเติบโตแบบก้าวกระโดดถึงเลข "สองหลัก (double digits)" หรือ +10% ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
สะท้อนความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า AI จะเป็น Game Changer ของเศรษฐกิจโลก
Arthur Mensch
ในการให้สัมภาษณ์ผ่านพอดแคสต์ A16z เมนช์เน้นย้ำว่า ประเทศต่างๆ จำเป็นต้องเร่งลงทุนสร้างรากฐาน AI ของตนเองเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่
" AI จะส่งผลกระทบต่อ GDP ของทุกประเทศในระดับ "สองหลัก (double digits)" หรือ +10% ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้าอย่างแน่นอน "
การคาดการณ์การเติบโตของ GDP ในระดับสองหลักจากผู้นำบริษัท AI ชั้นนำ บ่งชี้ถึงศักยภาพอันมหาศาลของเทคโนโลยีนี้ที่จะปฏิวัติรูปแบบการผลิต บริการ และการดำเนินธุรกิจอย่างครอบคลุม
เมนช์ยังเตือนว่า ประเทศที่ละเลยการพัฒนา AI อาจเผชิญกับภาวะเงินทุนไหลออกไปยังประเทศที่มีความพร้อมกว่า
ซีอีโอรายนี้ได้เปรียบเทียบการมาถึงของเทคโนโลยี AI กับยุคที่ไฟฟ้าเริ่มเข้าถึงราว 100 ปีที่แล้วว่า
"หากคุณไม่สร้างโรงไฟฟ้า คุณก็ต้องเตรียมตัวซื้อไฟฟ้าจากเพื่อนบ้าน ซึ่งท้ายที่สุดแล้วไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก"
อย่างไรก็ตาม ซีอีโอ Mistral ยังชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่าง AI กับไฟฟ้า โดยชี้ว่า AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือ
แต่เป็นเทคโนโลยีที่สร้างสรรค์เนื้อหาได้เอง และอาจมีบทบาทสำคัญในการส่งต่อค่านิยมและวัฒนธรรม ทำให้การพัฒนา AI ต้องการการวางแผนที่รอบคอบยิ่งกว่า
ในการปรากฏตัวในรายการพอดแคสต์เดียวกันนั้น เมนช์ได้พูดคุยกับ เจนเซน หวง ซีอีโอของ Nvidia ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิป AI ชั้นนำระดับโลก
โดยทั้งสองเห็นพ้องว่าทุกประเทศต้องมีกลยุทธ์ AI ระดับชาติที่ชัดเจนและสร้างขีดความสามารถของตนเอง
เนื่องจาก AI จะถูกนำไปใช้ในหลากหลายภาคส่วน ตั้งแต่บริการสาธารณะ การเกษตร ไปจนถึงในระดับความมั่นคง
สำหรับบริษัท Mistral ก่อตั้งในปี 2023 โดยอดีตนักวิจัยจาก DeepMind และ Meta ที่กำลังพัฒนาแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ (LLMs)
และเปิดตัวแชทบอท AI ชื่อ "Le Chat" เพื่อแข่งขันกับบริษัทเทคโนโลยี AI ยักษ์ใหญ่อย่าง OpenAI โดย Mistral ระบุว่าแบบจำลองของตนประมวลผลได้เร็วกว่าคู่แข่ง
Mistral เป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าสูงสุดในยุโรป โดยล่าสุดมีมูลค่าถึง 6.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ขณะที่เมนช์ยังเป็นผู้สนับสนุนหลักของการพัฒนาแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่แบบ Open-Source โดยเชื่อว่าจะช่วยให้เทคโนโลยีพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง
"เหตุผลที่เราก่อตั้ง Mistral ขึ้นมา คือจุดประกายวงล้อแห่งการพัฒนาแบบ Open-Source ที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมและต่อยอดซึ่งกันและกันได้"
คำกล่าวของซีอีโอ Mistral ตอกย้ำว่า AI ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่กำลังจะกลายเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่
ซึ่งทุกประเทศจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้