คนรุ่นใหม่เปิดกว้างอัปหน้าใหม่ หนุนธุรกิจศัลยกรรมปี 68 แตะ 7.6 หมื่นล.
คาด ปี 68 ธุรกิจศัลยกรรมและเสริมความงามของไทย โต 2.8% แตะ 76,500 ล้านบาท คนรุ่นใหม่เปิดกว้างมากขึ้น ภาพรวมนิยมทำตา จมูก หน้าอก กลุ่ม LGBTQIA+ กลุ่ม GenZ และผู้ชาย แนวโน้มใช้บริการเพิ่มขึ้น
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยมูลค่าตลาดธุรกิจศัลยกรรมและเสริมความงามของไทย ปี 2568 คาดว่าจะอยู่ที่ 76,500 ล้านบาท โต 2.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งปัจจุบันมูลค่าตลาดธุรกิจศัลยกรรมและเสริมความงามกว่า 85% จะมาจากกลุ่มคลินิก แต่มีแนวโน้มลดลงจากการแข่งขันที่รุนแรง ขณะที่กลุ่มโรงพยาบาลจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 15% จากจำนวนลูกค้าชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น รวมถึงจุดแข็งด้านมาตรฐานการรักษาและความมีชื่อเสียงของศัลยแพทย์
สำหรับการทำศัลยกรรมและเสริมความงามในไทย ส่วนใหญ่เป็นแบบผ่าตัด คิดเป็นสัดส่วน 79% ของจำนวนการใช้บริการ ส่วนอีก 21% เป็นแบบไม่ผ่าตัด โดยปัจจุบันคนรุ่นใหม่เปิดกว้างและกล้าทำศัลยกรรมมากขึ้น ทั้งนี้ การทำศัลยกรรมและเสริมความงามแบบผ่าตัดในไทย ส่วนใหญ่นิยมทำตา จมูกและหน้าอก ขณะที่แบบไม่ผ่าตัด จะนิยมฉีดโบทูลินัมท็อกซิน (โบท๊อก) ไฮยาลูรอนและยกกระชับใบหน้าและลำคอ
ขณะที่เทรนด์ศัลยกรรมและเสริมความงามที่ลูกค้าสนใจทำมากที่สุดอยู่ที่บริเวณช่วงใบหน้า คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 47% ของจำนวนการใช้บริการทั้งหมด โดยมีกลุ่มลูกค้าศักยภาพใหม่ อาทิ กลุ่มเพศทางเลือก (LGBTQIA+) กลุ่ม GenZ และผู้ชาย ซึ่งจะเป็นฐานผู้ใช้บริการที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ยังหนุนความต้องการศัลยกรรมและเสริมความงามที่ช่วยชะลอวัย ซึ่งภายในปี 2571 ไทยจะมีจำนวนผู้สูงอายุราว 14 ล้านคน โดย 22% ของประชากรกลุ่มนี้เป็นผู้ที่มีรายได้สูง อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล สะท้อนว่า น่าจะเป็นลูกค้าศักยภาพและมีความเต็มใจจ่ายสูงให้กับเทคโนโลยีการรักษาที่ช่วยชะลอวัย อาทิ ศัลยกรรมดึงหน้า ทำหน้าอก ดูดไขมัน ลดริ้วรอย เป็นต้น