จุลพันธ์ ลั่นเร่งดันกม. entertainment complex จบในรัฐบาล แพทองธาร

30 มีนาคม 2568

จุลพันธ์ ลุยเต็มสูบ ดัน กม. Entertainment Complex จบในรัฐบาลนี้ ปักธงตอกเสาเข็มใน 3 ปี เป้าหมายพลิกโฉมท่องเที่ยวไทย เล็งใช้ที่ราชพัสดุ ลดปัญหาแข่งขันเชิงพื้นที่

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลมีความพยายามในการเร่งผลักดันการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานบันเทิงครบวงจร หรือ Entertainment Complex ให้เสร็จสิ้นภายในรัฐบาลชุดปัจจุบัน เนื่องจากโครงการนี้ได้มีการพูดคุยกันเป็นเวลานานกว่า 30-40 ปีแล้ว แต่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง ซึ่งตนมั่นใจว่า โครงการดังกล่าวจะเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ และจุดเปลี่ยนใหม่ในการพัฒนาภาคการท่องเที่ยว นำไปสู่การพลิกโฉมเศรษฐกิจประเทศไทย 

โครงการนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยอย่างมหาศาล จากเม็ดเงินลงทุนขั้นต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท ทำให้ไม่ต้องพะวงกับการเติบโตของจีดีพีว่าจะถึง 3% หรือไม่ เพราะการลงทุนนี้นำไปสู่จุดเปลี่ยนภาคการท่องเที่ยว และการพลิกโฉมเศรษฐกิจประเทศไทย

หากกฎหมายผ่านการพิจารณาของสภาฯแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 1 ปีในการดำเนินการต่าง ๆ เช่น การตั้งสำนักงานควบคุมการประกอบธุรกิจสถาบันเทิงครบวงจร การจัดจ้างผู้เชียวชาญในการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ เม็ดเงินลงทุน ความเหมาะสม และความคุ้มค่า รายได้ที่รัฐจะได้รับ รวมถึงจำนวน และกิจกรรม ในแต่ละพื้นที่ที่มีศักยภาพ สำหรับการสร้าง Entertainment Complex เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว สนามกีฬา สวนสนุกระดับโลก พิพิธภัณฑสถาน จุดส่งเสริมวัฒนธรรม

ซี่ง ทั้งหมดต้องเสนอให้คณะกรรมการนโยบายสถานบันเทิงครบวงจรพิจารณา ก่อนออกเป็น TOR เพื่อเปิดให้เอกชนที่มีความเหมาะสมเข้าร่วมประมูลโครงการ โดยคาดว่าโครงการจะสามารถตอกเสาเข็มได้ภายใน 3 ปี 

ในขั้นตอนการพิจารณา คงไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีจำนวนที่ตั้ง Entertainment Complex กี่แห่ง เพราะหน้าที่ของผม คือการทำกฎหมายให้รอบคอบและโปร่งใสที่สุด ส่วนการกำหนดจุดที่ตั้งจะอยู่ภายใต้การศึกษาความเหมาะสมและข้อเสนอของคณะกรรมการฯ ซึ่งต้องมีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์รองรับ


สำหรับพื้นที่ที่ใช้ในการจัดตั้ง Entertainment Complex นั้น นายจุลพันธ์ระบุว่า เบื้องต้นควรใช้ที่ดินราชพัสดุเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการแข่งขันเชิงพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นธรรมในกระบวนการลงทุน 


ในขณะนี้ในหัวผมก็มองว่า ที่ดินราชพัสดุจะเหมาะสมที่สุด เนื่องจากพื้นที่ราชพัสดุสามารถรองรับการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ได้ ซึ่งพื้นที่สำหรับแต่ละจุดของโครงการจะต้องมีขนาดอย่างน้อย 300 ไร่ เพราะการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น พิพิธภัณฑ์ หรือโรงแรม จะต้องใช้พื้นที่มาก ซึ่งที่ดินราชพัสดุมีศักยภาพที่สามารถรองรับ
 

นายจุลพันธ์ ระบุด้วยว่า ขณะนี้มีบริษัทต่างชาติระดับโลกที่แสดงความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในโครงการสถานบันเทิงครบวงจรของไทย เนื่องจากเห็นศักยภาพของประเทศไทยเมื่อเทียบกับหลายประเทศ และมีความมั่นใจในความคุ้มค่าของการลงทุนในโครงการนี้ 

 

โดยรัฐบาลยังมีแผนที่จะจัดโรดโชว์ในต่างประเทศเพื่อดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาร่วมโครงการ พร้อมมั่นใจว่า บริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ไม่มีปัญหาทุนเทาหรือฟอกเงินอย่างแน่นอน และในระยะใกล้จะมีการโรดโชว์เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติในช่วงที่กฎหมายใกล้แล้วเสร็จ
 

Thailand Web Stat