
12 ก.บ.ศ.ชงตั้งคณะกรรมการศึกษาบังคับโทษอาญา หลังคดีหนักพ้นคุกเร็ว
ก.บ.ศ.ผู้ทรงคุณวุฒิ 12 คน ลงชื่อเสนอประธานศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการศึกษาการบังคับโทษ หลังคดีร้ายแรงลดโทษจนจำคุกจริงน้อย ห่วงกระทบความเชื่อมั่นประชาชน
KEY
POINTS
- กรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) 12 คน เสนอให้ตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาการบังคับโทษทางอาญา
- ข้อเสนอดังกล่าวเกิดจากความกังวลกรณีผู้ต้องโทษในคดีร้ายแรงได้รับการลดโทษจนพ้นโทษเร็วกว่าคำพิพากษา
- มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาระบบการบังคับโทษให้มีประสิทธิภาพ ป้องกันการกระทำผิดซ้ำ และฟื้นฟูความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม
วันที่ 24 สิงหาคม 2569 ที่ศาลฎีกา นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม หรือ ก.บ.ศ. ครั้งที่ 8/2569 โดยกรรมการ ก.บ.ศ. สายผู้ทรงคุณวุฒิจากข้าราชการตุลาการจำนวน 12 คน ร่วมลงนามเสนอให้บรรจุวาระพิจารณาแต่งตั้ง “คณะกรรมการศึกษาและพัฒนาการบังคับโทษทางอาญาและมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำที่มีประสิทธิภาพ”
กรรมการทั้ง 12 คน ซึ่งมาจากการคัดเลือกผู้พิพากษาทั่วประเทศ ชั้นศาลละ 4 คน ระบุในบันทึกข้อความว่า ปัจจุบันเกิดข้อกังวลเกี่ยวกับการบังคับโทษในคดีอาญาร้ายแรง โดยผู้ต้องโทษบางรายถูกศาลพิพากษาประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต แต่ได้รับการลดโทษหลายครั้งในชั้นบังคับโทษ จนระยะเวลารับโทษจริงแตกต่างจากคำพิพากษาอย่างมาก
สถานการณ์ดังกล่าวถูกมองว่าส่งผลให้สังคมเกิดความไม่เชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมทางอาญา รวมถึงกรณีผู้พ้นโทษบางรายกลับมากระทำความผิดร้ายแรงซ้ำ แม้ปัจจุบันจะมีพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. 2565 และข้อบังคับของประธานศาลฎีกาที่เกี่ยวข้องใช้บังคับอยู่แล้ว
ก.บ.ศ.จึงเห็นว่า ศาลยุติธรรมในฐานะองค์กรที่มีภารกิจอำนวยความยุติธรรม คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนและความมั่นคงของสังคม ควรมีคณะกรรมการเฉพาะเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาระบบบังคับโทษ รวมถึงมาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ข้อเสนอดังกล่าวมีที่มาจากข่าวที่ปรากฏต่อสาธารณะเกี่ยวกับผู้ต้องโทษคดีร้ายแรง ซึ่งศาลมีคำพิพากษาถึงขั้นประหารชีวิต แต่ถูกควบคุมตัวในเรือนจำเป็นระยะเวลาสั้น ก่อนพ้นโทษและกลับไปก่อเหตุฆ่าผู้อื่นซ้ำ ทำให้ประชาชนบางส่วนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อบทบาทของศาลในการบังคับโทษ
ทั้งนี้ ศาลมีหน้าที่พิจารณาและพิพากษาลงโทษตามกฎหมาย ขณะที่ขั้นตอนการบังคับโทษภายหลังคำพิพากษาเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์
กรรมการ ก.บ.ศ. จึงเห็นว่าปัญหาดังกล่าวกระทบต่อความเชื่อถือของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมโดยรวม และควรมีการศึกษาระบบบังคับโทษอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้การลงโทษและมาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำสอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยุติธรรมและความปลอดภัยของสังคม
ทั้งนี้ กรรมการทั้ง 12 คน แบ่งเป็นผู้แทนจากศาลฎีกา 4 คน ได้แก่ นายบุญเขตร์ พุ่มทิพย์ นายจุมพล ชูวงษ์ นายเริงศักดิ์ วิริยะชัยวงศ์ และนายอำนาจ โชติชะวารานนท์
ผู้แทนจากศาลอุทธรณ์ 4 คน ได้แก่ นางสาวสุนทรียา เหมือนพะวงศ์ นายสุวิชา สุขเกษมหทัย นายสุรพล กล่อมจิตต์ และนายวรวุฒิ ทวาทศิน
ส่วนผู้แทนจากศาลชั้นต้น 4 คน ได้แก่ นายธนรัตน์ ทั่งทอง นายนาวี สกุลวงศ์ธนา นายสถาพร วิสาพรหม และนายชาติชาย กิติสารศักดิ์.







