รินรดา รวีเลิศ สำคัญที่สุดคือเวลาของครอบครัว
บางคนอาจมองว่าการท่องเที่ยวคือความฟุ่มเฟือย แต่สำหรับ หยก-รินรดา รวีเลิศ ผู้ประกาศข่าวช่องเวิร์คพอยท์ กลับมองต่างออกไป
โดย ฤดูกาล
บางคนอาจมองว่าการท่องเที่ยวคือความฟุ่มเฟือย แต่สำหรับ หยก-รินรดา รวีเลิศ ผู้ประกาศข่าวช่องเวิร์คพอยท์ กลับมองต่างออกไป
เพราะเธอใช้การท่องเที่ยวเป็นแหล่งชาร์จพลังงาน และใช้เป็นช่วงเวลาเยียวยาความรู้สึกของคนในบ้านให้มีความสุขเสมอ
"หยกทำงาน 7 วัน ดังนั้นพอมีเวลาหยุดยาวก็อยากพาพ่อแม่และน้องๆ ไปเที่ยวพร้อมหน้า ไปใช้เวลาร่วมกันให้มากที่สุด และแม้ว่าค่าใช้จ่ายจะสูงแต่ถ้าเทียบกับการได้ใช้เวลาร่วมกันมันเทียบเป็นตัวเงินไม่ได้เลย"
ในฐานะลูกสาวคนโต เธอเล่าวิธีเตรียมตัวสำหรับทริปครอบครัวว่า อันดับแรกต้องชี้เป้าหมาย โดยจะเป็นการตกลงกันของทุกคนในครอบครัวว่าอยากไปเที่ยวที่ไหน ซึ่งประเทศนั้นต้องเหมาะกับทั้งผู้สูงวัยและลูกๆ
จากนั้นหยกจะเป็นตัวตั้งตัวตีในการทำการบ้าน โดยศึกษาหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตและไกด์บุ๊ก
"หนังสือจะช่วยวางแผนการเดินทางได้เยอะเพราะมีเนื้อหาละเอียด ทั้งข้อมูลความรู้ เส้นทาง การเดินทาง และการเตรียมตัวแบบละเอียดยิบ ซึ่งทำให้ง่ายต่อการวางแผนมาก"
จากนั้นเมื่อคัดเลือกเมืองหรือจุดหมายปลายทางได้แล้ว เธอจะเปิดดูเส้นทางในแอพพลิเคชั่นกูเกิลแมป เพื่อวางลำดับก่อนหลังให้ง่ายต่อการเดินทาง ศึกษาระบบขนส่งสาธารณะ
รวมถึงปักหมุดร้านอาหารที่เด่นดังในเมืองนั้น เพื่อไม่ให้พลาดของอร่อยซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในทุกทริป
"โชคดีที่ถึงแม้ว่าป๊ากับแม่จะอายุมากแล้ว แต่ใจเขาวัยรุ่นมาก เขาไม่ติดหรู ไม่ติดสบาย เพราะเขาตั้งธงเอาไว้ว่าถ้าไปเที่ยว เราควรจะทำอะไรที่ไม่เหมือนปกติ อย่างเช่นเวลาไปเที่ยวเราควรตื่นเช้าดูพระอาทิตย์ขึ้น ไปดูวิถีชีวิตยามเช้า หรือนอนค่ำหน่อย เพื่อจะออกไปดูสีสีนยามค่ำคืน เพราะไม่เช่นนั้นคงไม่เรียกว่าการเปลี่ยนบรรยากาศ" เธอกล่าวเพิ่มเติม
เธอยกตัวอย่างทริปตะลุยญี่ปุ่นที่เมืองเกียวโต โอซากา โตเกียว ก่อนเดินทางเธอเตรียมข้อมูลไปปกติ แต่ที่น่าสังเกตคือพ่อและแม่ที่ชวนกันออกไปจ๊อกกิ้งรอบหมู่บ้าน ซึ่งเธอมารู้คำตอบทีหลังว่า เป็นเพราะท่านทั้งสองต้องการเตรียมร่างกายให้แข็งแรงเพื่อทริปญี่ปุ่นโดยเฉพาะ
"เวลาไปเที่ยวป๊ากับแม่ไม่อยากให้ปัญหาสุขภาพและร่างกายมาเป็นอุปสรรค พวกท่านเลยเตรียมตัวก่อนเดินทางสองเดือน ซึ่งปรากฏว่าทริปญี่ปุ่นเป็นทริปที่เดินเยอะมาก แต่พวกท่านก็มีความสุขมาก ทำให้เราทุกคนมีความสุขไปด้วย"
นอกจากนี้ การเดินทางยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างมาก เนื่องจากทุกวันนี้เธอใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำงานและมีเวลาส่วนน้อยให้ครอบครัว
ฉะนั้น การเดินทางจะทำให้ทุกคนได้นั่งคุยกันทั้งวัน ได้รับประทานอาหารพร้อมหน้าทุกมื้อ และที่สำคัญที่สุดคือ มีเวลาแห่งความสุขซึ่งจะกลายเป็นความทรงจำที่ดีตลอดไป
"หยกเห็นหลายบ้านที่พูดคล้ายๆ กันว่า เสียดายที่ไม่ได้พาพ่อแม่เที่ยวตอนเขายังมีแรง ซึ่งเข้าใจว่าความพร้อมของแต่ละคนมาไม่เหมือนกัน บางคนพร้อมพาครอบครัวเที่ยวตอนสามสิบ หรือบางคนเกือบเกษียณแล้ว แต่หยกคิดว่า เราทุกคนสามารถจัดสรรเงินทองและเวลาได้