เบเกอรี่ท้องถิ่น สู่ธุรกิจอาหารอินเตอร์
จากร้านเบเกอรี่เล็กๆ ในตัวเมืองยะลา ซึ่งเป็นอาชีพหลักของครอบครัว “เจ๊ะอุบง” มากว่า 30 ปี วันนี้กำลังก่อร่างขยับขึ้นไปอีกขั้น
โดย...ปรีชา วุฒิพงศ์
จากร้านเบเกอรี่เล็กๆ ในตัวเมืองยะลา ซึ่งเป็นอาชีพหลักของครอบครัว “เจ๊ะอุบง” มากว่า 30 ปี วันนี้กำลังก่อร่างขยับขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการเตรียมเปิดโรงงานผลิตโรตีกรอบและโรตีแช่แข็งสำหรับส่งออก โดยตั้งเป้ารายได้ในปี 2558 นี้ไว้ที่ 8 ล้านบาท
หลังจากอิ่มตัวกับการทำงานประจำใน กทม. ซึ่งทำให้ต้องแยกจากครอบครัว “อับดุลเลาะ เจ๊ะอุบง” ในวัย 32 ปี ก็เริ่มมองหาโอกาสที่จะกลับเมืองยะลาบ้านเกิด เพื่ออยู่ร่วมกับครอบครัว
“ผมปรึกษากับแม่และภรรยาเพื่อต่อยอดธุรกิจร้านเบเกอรี่ของครอบครัว โดยตั้งใจจะทำโรตีกรอบ ซึ่งเป็นสินค้าหลักของร้านให้ขายได้มากขึ้นเพื่อเป็นของฝาก เราจึงเริ่มคิดถึงการลงทุนทั้งเครื่องจักรและการจ้างงานเพิ่ม” อับดุลเลาะ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการต่อยอดธุรกิจครอบครัวเมื่อปี 2552 ขณะที่เขาอายุเพียง 32 ปี
สำหรับเงินลงทุนเพื่อซื้อเครื่องจักรก้อนแรกประมาณ 3 ล้านบาท มาจากคนในครอบครัวที่ลงขันช่วยกัน อับดุลเลาะทุ่มเทอย่างหนักไม่เพียงแต่การติดต่อนำสินค้าวางขายยังร้านค้า แหล่งรวมของที่ระลึกต่างๆ รวมทั้งการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความทันสมัย
“ผมพยายามติดต่อร้านขายของฝาก ของที่ระลึกต่างๆ ในพื้นที่ภาคใต้ รวมทั้งร้านค้าในสนามบิน ในระหว่างนี้ก็ขอคำปรึกษาในด้านต่างๆ จากหลายฝ่าย เช่น ศูนย์ส่งเสริมวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล สาขาปัตตานี ซึ่งช่วยสนับสนุนในด้านการตลาดและการวางระบบต่างๆ”
เพียงปีเดียวหลังจากต่อยอดขยายธุรกิจ ผลที่ออกมาก็น่าพอใจ ยอดขายประมาณ 1-2 แสนบาท/เดือน ซึ่งทำให้อับดุลเลาะมองหาตลาดใหม่เพื่อเพิ่มยอดขายให้มากขึ้น คราวนี้เขามุ่งไปยัง “มาเลเซีย” ประเทศมุสลิมเพื่อนบ้าน ซึ่งวัฒนธรรมด้านอาหารการกินไปด้วยกันได้ดีกับผลิตภัณฑ์ในชื่อแบรนด์ “อับดุลเลาะ” ของเขา
“เราเริ่มส่งออกโรตีกรอบไปวางจำหน่ายในพื้นที่รัฐกลันตัน ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนเราก่อน ซึ่งน่าพอใจ ประกอบกับมีโอกาสร่วมจัดแสดงสินค้าที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของมาเลเซีย ทำให้เราทราบความต้องการของลูกค้ามาเลเซีย เป็นจุดเริ่มต้นให้เรากลับมาคิดผลิตภัณฑ์ใหม่ คือโรตีแช่แข็ง ซึ่งสามารถแช่เย็นเก็บไว้ทานเป็นอาหารหลักได้ จากนั้นเราก็ส่งออกทั้งโรตีกรอบซึ่งเป็นของหวาน ทานเล่น ควบคู่กับโรตีแช่แข็งเข้าไปยังมาเลเซีย แต่ก็ยังจำกัดเฉพาะพื้นที่รัฐกลันตัน ซึ่งมีชายแดนติดต่อกันเท่านั้น ยังไม่ถึงกับแพร่หลายทั่วมาเลเซีย”
การขยายตลาดเข้าไปยังมาเลเซียนในช่วงปี 2554-2556 แม้จะยังไม่แพร่หลาย แต่ก็ทำให้รายได้ของเขาขยับขึ้นมาเป็นเดือนละ 4-5 แสนบาท อับดุลเลาะพยายามที่จะขยายตลาดผลิตภัณฑ์ของเขาให้มากขึ้น จึงเน้นไปที่การร่วมงานแสดงสินค้าต่างๆ และนับเป็นโชคดีอีกครั้ง
“มีตัวแทนสายการบินกาตาร์แอร์เวย์ส มาร่วมงานแสดงสินค้าที่เมืองทองธานี ก็มีความสนใจโรตีกรอบของเราเพื่อเสิร์ฟให้ผู้โดยสารบนเครื่องบิน นัดคุย เจรจากันหลายครั้ง ในที่สุดก็ตกลงกันได้ โดยเขาให้เราผลิตส่งวันละ 2,000 แพ็ก”
แม้จะเป็นโอกาสของรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็หมายถึงการลงทุนที่จะต้องตามมา อับดุลเลาะตัดสินใจซื้อเครื่องจักรและจ้างคนงานเพิ่มเพื่อรองรับออร์เดอร์ แต่คราวนี้เขาตัดสินใจกู้เงินจากสถาบันการเงินเพื่อลงทุนเพิ่มซึ่งแผนการในอนาคตอันใกล้นี้คือ การสร้างโรงงานใหม่ที่มีกำลังการผลิตรวมวันละประมาณ 1 แสนชิ้น
“นอกจากการขยายตลาดในมาเลเซียแล้ว ผมเริ่มมองไปยังตลาดอื่นๆ เน้นที่ประเทศมุสลิม เช่น อินโดนีเซีย ซาอุดิอาระเบีย และดูไบ ซึ่งขณะนี้เรากำลังศึกษาตลาด รวมทั้งการปรับรสชาติให้ถูกปากลูกค้าในแต่ละประเทศ”
6 ปีที่ลงสนามทำธุรกิจ จนอาจกล่าวได้ว่าเริ่มประสบความสำเร็จใช่ว่าหนทางจะราบรื่น เพียงแต่อุปสรรคเป็นสิ่งที่ต้องกัดฟันฝ่าข้าม
“เริ่มทำธุรกิจใหม่ๆ ผมมีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง ทั้งการสั่งวัตถุดิบ เงินเดือนพนักงาน ซึ่งต้องเน้นการเจรจาต่อรองกับซัพพลายเออร์ต่างๆ พยายามประคองธุรกิจไปให้ได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ เราต้องสร้างความไว้วางใจ พูดคำไหนต้องทำให้ได้ เมื่อมีความน่าเชื่อถือ ธุรกิจเราก็เริ่มไปได้” อับดุลเลาะ บอกถึงแนวคิดการทำธุรกิจของเขา