จบศึกซักฟอก “เท้ง ณัฐพงษ์” ชี้ "นายกฯอิ๊งค์" ขาด 3 คุณสมบัติผู้นำ
ปิดญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ “เท้ง ณัฐพงษ์” ชี้ "นายกฯอิ๊งค์" เบี่ยงประเด็น ขาด 3 คุณสมบัติผู้นำ จับตา! ลงมติพรุ่งนี้
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านเป็นผู้สรุปปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก่อนที่จะมีการลงมติในวันพรุ่งนี้
นายณัฐพงษ์ ระบุว่าในการชี้แจงครั้งสุดท้าย นายกรัฐมนตรีได้เปิดประเด็นใหม่ขึ้นมาว่าพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยมีหัวอกเดียวกัน เพราะต่างถูกนิติสงครามเล่นงานและถูกยุบพรรคอย่างไม่เป็นธรรม
แต่ตนอยากตั้งคำถามว่า แล้วนายกฯ จะกันการเมืองไทยออกจากปัญหานี้อย่างไร นายกรัฐมนตรีบอกสั้นๆ แค่ว่ามีนโยบายแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่กลับไม่ลงมือทำเหมือนที่พูดไว้เลย และอย่าอ้างเรื่องข้อกฎหมายว่ามีข้อเห็นต่างกันเรื่องการประชามติ เพราะใครก็รู้ว่าเป็นการหาเหตุผลทางกฎหมายมาบังหน้าเหตุผลทางการเมือง
ที่ผ่านมาทั้งในการอภิปรายและการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ตนกล่าวถึงปัญหา “ภาวะความเป็นผู้นำ” ของนายกฯ น้อยครั้งมาก แต่เลือกใช้คำว่านายกฯ ขาด “คุณสมบัติ” ที่จำเป็นในการดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศ 3 ด้าน คือ ขาดความรู้ความสามารถ ขาดวุฒิภาวะ และขาดเจตจำนงทางการเมือง
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
อันที่จริงแล้ว เรื่องความรู้ความสามารถสามารถพัฒนากันได้ หากพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ ก็อยากชวนถ้านายกฯ มารับฟังปัญหาจากสภาผู้แทนราษฎรบ่อยๆ
ส่วนวุฒิภาวะก็ยังสามารถปรับปรุงกันได้หากพร้อมเปิดใจรับฟังข้อวิจารณ์ แต่คุณสมบัติเรื่องเจตจำนงทางการเมืองนั้นเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดที่จะขาดไม่ได้ ตนขอถามนายกฯ ด้วยความเคารพว่า เหตุผลที่มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตอนนี้คืออะไรกันแน่
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อไปว่า เมื่อเวลา 15:50 น. ที่ผ่านมา นายกฯ ใช้เวลาเล่าประวัติชีวิตส่วนตัวที่ผ่านมาตั้งแต่การรัฐประหารปี 2549 ราวกับว่ามีแต่ตัวเองและครอบครัวชินวัตรเท่านั้นที่เป็นผู้ถูกกระทำ ทั้งที่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศก็เผชิญสถานการณ์และผลพวงรัฐประหารเช่นเดียวกัน
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน
ถ้าจะใช้ความเป็นบุตรสาวของนายทักษิณมาอ้าง ตนก็อยากให้นายกรัฐมนตรีลองนึกถึงบุตรสาวของคนเสื้อแดงดูบ้าง ว่าพวกเขารู้สึกอย่างไร เจ็บปวดแค่ไหนกับจุดยืนทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยวันนี้
สำหรับตน ความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา 20 ปีหากให้พูดแค่สองประโยคว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทยบ้าง ตนสามารถสรุปได้ว่า “เมื่อ 20 ปีที่แล้วประเทศไทยสูญเสียทุกอย่างเพื่อเอานายทักษิณออกนอกประเทศ
แต่ 20 ปีถัดมาประเทศไทยกำลังจะสูญเสียทุกอย่างไปอีกครั้งเพื่อเอานายทักษิณกลับมา” เพราะข้อเท็จจริงก็คือ วันนี้กลายเป็นพรรคของท่านไปร่วมขบวนการกับกลุ่มสนับสนุนรัฐประหาร
ประเทศไทยกำลังจะสูญเสียทุกอย่างไปอีกครั้ง เพื่อเอานายทักษิณ ชินวัตร กลับมา ไม่ว่าจะเป็นนิติรัฐ นิติธรรม หลักการประชาธิปไตย และการสยบยอมต่อกลุ่มทุนผูกขาด นี่คือสิ่งที่พวกเราพยายามสื่อสารมาตลอดสองวันว่า ดีลแลกประเทศคืออะไร
ในการอภิปรายสองวันที่ผ่านมา นายกฯ และคณะรัฐมนตรีพยายามโยนคำถามกลับมาทางพวกตน กล่าวหาว่ามีแต่การประดิษฐ์วาทกรรม ใส่ร้ายป้ายสี ไม่ใช่การเมืองสร้างสรรค์
แต่ตนอยากให้กลับมาตั้งต้นที่หลักการให้ชัด ว่านี่ไม่ใช่ญัตติทั่วไป แต่เป็นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อท่านถูกกล่าวหาก็ควรชี้แจงกลับให้ประชาชนรับฟัง
แต่รัฐบาลกลับโยนข้อกล่าวหากลับมาให้พวกตน เบี่ยงประเด็นจากเรื่องที่ควรชี้แจง มันถูกต้องแล้วหรือ มันเป็นตรรกะย้อนแย้ง นี่เป็นสิ่งที่นายกฯ พึงกระทำหรือ
การแสดงออกของนายกฯ สองวันนี้ ประชาชนจะตัดสินเองว่าขาดคุณสมบัติการเป็นผู้นำทั้งสามข้อดังที่เราวิจารณ์ไว้หรือไม่