กมธ.ปปง. เตรียมเปิดเวทีถก "Entertainment Complex" ดันเศรษฐกิจไทย
กมธ.ปราบปรามฟอกเงินฯ เตรียมจัดสัมมนาใหญ่ 20 มีนาคม 2568 นี้ ถก "Entertainment Complex" ชี้อนาคตเศรษฐกิจสังคมไทย
คณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด เตรียมจัดสัมมนาในหัวข้อ "Entertainment Complex: ก้าวใหม่ของเศรษฐกิจสังคมไทย"
ในวันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม 2568 ณ ห้องจัดประชุมสัมมนา บี1-5 ชั้น B1 อาคารรัฐสภา โดยมีกำหนดการดังนี้
- 08.30 – 09.30 น. : ลงทะเบียน
- 09.45 น. : พิธีเปิดการสัมมนา โดย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร
- 10.00-12.00 น. : อภิปราย เรื่อง "Entertainment Complex : ก้าวใหม่ของเศรษฐกิจสังคมไทย” โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ดังนี้
- นายชัชวาลล์ คงอุดม กรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ
- นายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์ณัฐกร วิทิตานนท์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- นายวีรวิชญ์ เครือสมบัติ ที่ปรึกษามูลนิธิพัฒนาป่าตองและประธานชมรมสถานบันเทิงหาดป่าตอง
- รองศาสตราจารย์ยุทธพร อิสรชัย มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
- หลังการอภิปราย: พิธีปิดการสัมมนา โดย นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด
การสัมมนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหารือถึงแนวทางการพัฒนา Entertainment Complex ในประเทศไทย ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยให้ก้าวหน้าต่อไป
การจัดตั้ง Entertainment Complex ในประเทศไทยถูกคาดหวังว่าจะนำมาซึ่งข้อดีหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการลงทุน
ศักยภาพในการดึงดูดเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติถือเป็นหนึ่งในข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุด โดยคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้มหาศาลเข้าประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม
รัฐบาลมองว่าโครงการนี้จะช่วยนำเศรษฐกิจนอกระบบ ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่า 50% ของ GDP เข้าสู่ระบบภาษี ทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้นเพื่อนำไปพัฒนาประเทศ
มีการคาดการณ์ว่ารายได้จากการท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ประมาณ 119,000 ถึง 238,000 ล้านบาทต่อปี และอาจส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น 5% ถึง 10% ต่อปี
นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ถึงเม็ดเงินลงทุนเบื้องต้นที่จะไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในวงกว้าง
รัฐบาลยังได้ยกตัวอย่างกรณีศึกษาจากนักลงทุนที่มีประสบการณ์ในระดับสากล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจของสถานบันเทิงครบวงจร โดยเปิดโอกาสให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศได้เข้าร่วม
ถึงแม้จะมีข้อดีที่คาดหวังมากมาย แต่การมี Entertainment Complex ในประเทศไทยก็มาพร้อมกับข้อกังวลโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านผลกระทบทางสังคม
การเปิดกาสิโน ซึ่งมักจะเป็นส่วนประกอบสำคัญของ Entertainment Complex ก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับปัญหาด้านศีลธรรมและการมอมเมาประชาชน
มีความเสี่ยงที่สำคัญคือการเพิ่มขึ้นของปัญหาการติดการพนันและหนี้สินครัวเรือน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของครอบครัวและสังคมในวงกว้าง
นอกจากนี้ ยังมีความกังวลว่า Entertainment Complex อาจกลายเป็นแหล่งฟอกเงินของมิจฉาชีพและกลุ่มบุคคลที่มีรายได้จากแหล่งที่ผิดกฎหมาย
ซึ่งจะส่งผลเสียต่อความน่าเชื่อถือของระบบการเงินของประเทศ