“คุณเก๋ขนมหวาน” จากร้านขนมไทย สู่แบรนด์พันล้าน เข้าตลาดหุ้นปี 70
บริษัท คุณเก๋ขนมหวาน จำกัด ผู้นำแบรนด์ขนมไทยและวุ้นอันดับ 1 ในร้านสะดวกซื้อชั้นนำ 7-Eleven ที่มีการจัดจำหน่ายทุกสาขาทั่วประเทศ ด้วยกลุ่มสินค้าหลัก 3 ประเภท ได้แก่ กลุ่มขนมหวานบรรจุถ้วย เช่น ข้าวโพดมะพร้าวอ่อนกะทิสด สาคูเปียกข้าวโพด บัวลอยเผือกมะพร้าวอ่อน สาคูเมล่อน, กลุ่มวุ้น เช่น วุ้นเป็ดกะทิ วุ้นนานาชนิด และ ลูกชุบแฟนซี
จากร้านขนมไทยเล็กๆ ที่ผลิตจำหน่ายหน้าร้านขายยา สู่แบรนด์ขนมไทยชั้นนำแบรนด์ “คุณเก๋ขนมหวาน” เริ่มต้นในปี 2540 และพลิกโอกาสครั้งสำคัญเมื่อได้ออกบูธในงาน Thaifex ปี 2549 จนนำไปสู่การวางจำหน่ายใน 7-Eleven เป็นครั้งแรกในปี 2551 ด้วยเมนูวุ้นกะทิมะพร้าวอ่อน
ความมุ่งมั่นในการพัฒนามาตรฐานการผลิต ทำให้ปี 2555 บริษัทได้รับมาตรฐาน GMP & HACCP ส่งผลให้แบรนด์เพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดขนมหวานพร้อมทานได้อย่างแข็งแกร่ง และได้รับความไว้วางใจให้ผลิต OEM ให้ 7-Eleven ภายใต้แบรนด์ “EZY Sweet” ต่อยอดการพัฒนาร่วมกันอย่างต่อเนื่อง จนขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของขนมไทยใน 7-Eleven
“มนสวรรณ ศรัณย์เวชกุล” CEO บริษัท คุณเก๋ขนมหวาน จำกัด เล่าให้ฟังว่า กว่าจะมาเป็น “คุณเก๋ขนมหวาน” เกิดจากความมุ่งมั่นของคุณแม่ที่มีลูกรักถึง 4 คน ในสถานการณ์ปี 2540 พิษเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ผลักดันให้คุณแม่ “ศริรัตน์ ศรัณย์เวชกุล” หันมาทำขนมเพื่อหารายได้เสริมแก่ครอบครัว ด้วยลำพังกิจการร้านขายยาของคุณพ่อที่เป็นรายได้หลักนั้น ฝืดเคืองลง
คุณแม่ จึงนำความสามารถเรื่องการทำขนมไทย “ขนมรสมือแม่” ออกจำหน่ายหน้าร้านขายยาของคุณพ่อ โดยเมนูแรก คือ วุ้นกะทิ เพราะลงทุนน้อย และเป็นที่ชื่นชอบของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ จนเป็น “วุ้นคุณเก๋” ที่คนรู้จักและบอกต่อถึงความอร่อย ในเส้นทางที่ยาวนาน ก้าวมาถึงปัจจุบันที่พัฒนาต่อยอดเป็นแบรนด์ “คุณเก๋ขนมหวาน” ในรุ่นลูก
ทั้งนี้ ในปี 2567 ขนมไทย by คุณเก๋ขนมหวาน เติบโตแบบก้าวกระโดด ยอดขายทะลุ 387 ล้านบาท ด้วยโมเดลธุรกิจที่มุ่งเน้นการเข้าใจ Customer Insight และ Product Innovation
เขาเชื่อว่า “ขนมไทยไม่ใช่แค่ของหวาน แต่คือมรดกทางวัฒนธรรมที่เราภาคภูมิใจและพร้อมส่งต่อให้ทั่วโลกได้ลิ้มลอง” ด้วยแนวคิดนี้ แบรนด์จึงเดินหน้าผลักดันขนมไทยให้เป็นมากกว่าของกินเล่น มุ่งมั่นพัฒนาสินค้าร่วมกับ 7-Eleven จนเป็นผู้นำตลาดขนมไทยพร้อมทานอันดับหนึ่งใน 7-Eleven ด้วยยอดจำหน่ายเกือบ 400 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา และปริมาณการผลิตมากกว่า 100 ล้านชิ้นต่อปี
สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญและความเป็นผู้นำด้านขนมไทย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จาก กะทิ และ ผลิตภัณฑ์ทางเกษตร อาทิ ทับทิมกรอบ สาคูเปียกข้าวโพด บัวลอยเผือก รวมถึงวุ้นเป็ดมะพร้าวอ่อน วุ้นแฟนซี และลูกชุบ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ภายใต้แบรนด์ EZY Sweet
“คุณเก๋ขนมหวาน” ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง 3-4 SKU ต่อเดือน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มองหาขนมไทยที่มีคุณภาพ รสชาติเยี่ยม และสะดวกในการบริโภค
นอกจากนี้ ยังพัฒนาไลน์สินค้าเฉพาะเทศกาล เช่น ลูกชุบคริสต์มาส และวุ้นส้มนมสด พร้อมขยายการผลิตให้ครอบคลุมทั้งกลุ่ม Mass และ Premium Mass ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย เพื่อยกระดับขนมไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
ปัจจุบัน บริษัท คุณเก๋ขนมหวาน จำกัด มียอดขายเฉลี่ย 40 ล้านบาทต่อเดือน จำหน่ายขนมไทย ผ่าน 7-Eleven รวม 14 SKU และช่องทางการจัดจำหน่ายอื่นๆ มากว่า 100 SKU โดยยังมีแผนขยายช่องทาง E-Commerce บนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Facebook / Line / TikTok Shop เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมคือหัวใจสำคัญ” และเน้นการเพิ่มมูลค่า (Value Creation) ต่อยอดผลิตภัณฑ์เดิมให้มีมูลค่าเพิ่ม ผ่าน Brand Storytelling, Packaging Design และการทำ Collaboration กับพาร์ทเนอร์ทั้งในและต่างประเทศ
ส่วนปี 2568 ตั้งเป้าหมายยอดขายทะยานสู่ 600 ล้านบาท ภายใต้กลยุทธ์ Soft Power และ ESG Model คาด 3 ปี ก้าวสู่แบรนด์ที่มียอดขาย 1,000 ล้านบาท
กลยุทธ์หลักที่ช่วยให้แบรนด์เติบโตแบบก้าวกระโดด มีดังนี้
1.Product Innovation: สร้างสรรค์ขนมไทยรูปแบบใหม่ที่ผสานรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ เช่น ขนมไทยเพื่อสุขภาพ และขนมไทย Functional Food
2.Multi-Channel Distribution: ขยายการจำหน่ายผ่านทั้ง Modern Trade, E-Commerce และ Horeca (โรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่)
3.Brand Marketing: ใช้ Influencer และแคมเปญ Social Media เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่
4.Export Expansion: ปูทางสู่ตลาดต่างประเทศ โดยแบรนด์มีแผนลุยตลาด CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) ในปี 2569 พร้อมนำเสนอขนมไทยในรูปแบบที่เหมาะสมกับตลาดโลก เช่น ขนมไทยพร้อมทานที่ยืดอายุได้นานขึ้น ยังคงรสชาติแบบต้นตำรับ โดยไม่ใช้สารกันบูด
นอกจากการขยายตลาด บริษัทให้ความสำคัญกับ โมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน (BCG Model) และ ESG Model โดยมุ่งเน้นการใช้วัตถุดิบจากเกษตรกรไทย เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน ลดของเสียจากการผลิต และพัฒนาบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก เช่น บรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมารีไซเคิลได้ 100%
รวมไปถึงมีแผนปรับสูตรขนมให้ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพ เช่น ลดน้ำตาล เพิ่มส่วนผสมจากธรรมชาติ และใช้นวัตกรรมอาหารเพื่อยืดอายุผลิตภัณฑ์ ซึ่งบริษัทเป็น SME เพียงรายเดียวที่ได้รับรางวัล BCG Model โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในปี 2567
“อนาคตของขนมไทย จะไม่ใช่แค่ขนม แต่คือ Soft Power ที่ทรงพลัง ตลาดขนมไทยกำลังเปลี่ยนโฉมไปสู่ Thai Dessert 4.0 ซึ่งไม่ใช่แค่ของหวานที่รับประทานหลังมื้ออาหาร แต่เป็นสินค้าที่สะท้อนถึง วัฒนธรรม, คุณค่า และความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย”
เราจึงเดินหน้าปั้นแบรนด์ให้เติบโตสู่ระดับโลก ภายใต้แนวคิด “อร่อย ทันสมัย คุ้มค่า และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” โดยมีเป้าหมายทางธุรกิจที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2570 ส่วนเป้าหมายทางวัฒนธรรม คือ เราอยากสร้างการจดจำให้ขนมไทยคือมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่มีชีวิต
“มนสวรรณ” กล่าวทิ้งท้ายว่า ถ้าเรามุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง ขนมไทยของเราจะก้าวไปไกลถึงเวทีโลกได้แน่นอน