Sushiro-Katsu Midori ซูชิสายพาน ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดบนโซเชียล
ส่องกลยุทธ์ Sushiro-Katsu Midori ซูชิสายพานที่ถูกพูดถึงมากที่สุดบนโซเชียล ราคาเป็นมิตร คุณภาพเหมือนต้นตำรับจากญี่ปุ่น
ก่อนหน้านี้ บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ได้รวบรวมข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย เพื่อฟังความคิดเห็นของผู้บริโภคในสังคมออนไลน์ (Social Listening) เพื่อวิเคราะห์ Insight เกี่ยวกับความนิยมและพฤติกรรมการบริโภคซูชิในไทย โดยพบว่าร้านซูชิโระ (Sushiro) เเละคัตสึมิโดริ (Katsu Midori) เป็นสองแบรนด์ซูชิสายพานที่ได้รับการพูดถึงอย่างมากบนโซเชียลมีเดีย
โดยทั้งสองร้านเป็นแบรนด์จากญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์และแนวทางการให้บริการแตกต่างกัน ทำให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการไม่เหมือนกัน
Sushiro ซูชิสายพานขยายสาขาครอบคลุมกรุงเทพ-ปริมณฑล
Sushiro เป็นหนึ่งในแบรนด์ซูชิสายพานที่มีเครือข่ายสาขาครอบคลุม โดยมีสาขาทั้งหมดถึง 32 สาขาทั่วประเทศ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 10 สาขา โดยมุ่งเน้นกลยุทธ์การขยายสาขาให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ทำให้เข้าถึงได้ง่ายและสะดวกสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการซูชิคุณภาพดีในราคาที่จับต้องได้
จุดเด่นของ Sushiro คือ ความหลากหลายของเมนู ซึ่งมีทั้งปลาดิบและซูชิที่ใช้วัตถุดิบปรุงสุกอย่างเช่น ซูชิหน้าไก่ทอด เเละอื่น ๆ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ไม่รับประทานปลาดิบ นอกจากนี้ การให้บริการผ่านระบบสายพานอัตโนมัติช่วยเพิ่มความรวดเร็วและสะดวกสบาย
Sushiro เปิดตัวสาขาแรกในไทยเมื่อปี 2564 และล่าสุดได้รายงานผลประกอบการปี 2567 มีรายได้ 2,902 ล้านบาท เติบโตขึ้น 53% จากปีที่แล้ว และมีกำไร 369 ล้านบาท ซึ่งเติบโต 114% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ทั้งนี้ อีกหนึ่งกลยุทธ์ ของแบรนด์คือ ราคาต่อจานเริ่มต้นที่ 40, 60, 80 และ 120 บาท มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น การติดตั้ง IC Tag ใต้จานซูชิเพื่อตรวจสอบระยะเวลาที่ซูชิอยู่บนสายพาน หากจานไหนวิ่งเกิน 350 เมตร ระบบจะนำออกจากสายพานทันที เพื่อให้ลูกค้าได้ทานซูชิที่สดใหม่ทุกจาน รวมถึงช่วยให้ร้านสามารถหมุนรอบการบริการได้เร็วและรองรับลูกค้าได้มากขึ้นในแต่ละวัน
Katsu Midori ซูชิจากโตเกียว เปิด 1 สาขาความนิยมแรง
Katsu Midori เป็นแบรนด์ซูชิสายพานจากโตเกียวที่เพิ่งเปิดตัวในไทย ปลายปี 2567 ที่ผ่านมา และได้รับความสนใจอย่างรวดเร็วแม้จะมีเพียง 1 สาขาที่ Central World แต่ก็มาพร้อมกับจุดเด่นที่แตกต่างจากซูชิสายพานทั่วไป
โดยสองนักธุรกิจ เจ้าของร้านชินคันเซ็น ซูชิ, นักล่าหมูกระทะ และนามะ เจแปนนิส ซีฟู้ด แอนด์ บุฟเฟต์ ภายใต้ เดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป
กลยุทธ์แบรนด์คือ เน้นความสดใหม่ เสิร์ฟตรงจากมือเชฟ ซึ่งทำให้ผู้บริโภคได้สัมผัสบรรยากาศร้านซูชิแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ
ด้วยความที่เมนูของ Katsu Midori ส่วนใหญ่เป็นอาหารจำพวกปลาดิบ ทำให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบซูชิแบบต้นตำรับมากกว่ากลุ่มที่ต้องการตัวเลือกเมนูที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปัจจุบันมีเพียง 1 สาขา จึงอาจต้องใช้เวลารอคิวมากกว่าร้านที่มีสาขาจำนวนมาก
ราคาเริ่มต้นแค่ 40-180 บาท ซึ่งถือว่าเป็น "จุดสมดุล" ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าคุ้มค่า ได้กินของดีในราคาที่ไม่แรงเกินไป
แม้ว่าทั้งสองแบรนด์จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ คุณภาพและรสชาติ ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค ซึ่งช่วยให้ซูชิสายพานได้รับความนิยมในไทย