"ตั้งใจช่วยคนจน แต่ถ้ารัฐทอดทิ้ง คงขายสูตรให้ต่างชาติ" เปิดใจ หมอแสง
หมอแสง เปิดใจหลังสาธารณสุขออกมาประกาศสูตรยาสมุนไพรไม่สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้
โดย…โพสต์ทูเดย์ออนไลน์
"มะเร็ง" เป็นโรคที่คนไทยเสียชีวิตมากที่สุด เฉลี่ยประมาณปีละ 7 หมื่นคน ฉะนั้นหากใครเป็นโรคนี้จะพยายามหาทางรักษา หนึ่งในสูตรยาที่ถูกกล่าวถึงมาก คือ ยาสมุนไพรบำบัดแก้โรคมะเร็ง ของ แสงชัย แหเลิศตระกูล หรือ หมอแสง เห็นได้จากเปิดแจกเมื่อไหร่จะมีคนไปเฝ้ารอรับเป็นจำนวนมาก
ทว่าล่าสุดมีข่าว หมอแสง เตรียมประกาศขายสูตรยาต่อให้ชาวต่างชาติ หลังจากแจกยาดังกล่าวมาเป็นเวลานานกว่า 12 ปี เนื่องจากท้อใจกรณีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก แจ้งผลการทดลองว่า ยาดังกล่าวไม่สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้
แสงชัย เปิดใจกับโพสต์ทูเดย์ ยืนยันว่าข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องจริง เพราะรู้สึกว่าเมื่อทำออกมาแล้ว แต่กลับถูกโจมตีก็คงไม่เก็บสูตรไว้ หากประเทศใดสามารถนำไปรักษาพัฒนาต่อได้คงไม่หวง และตอนนี้มีหลายประเทศสนใจติดต่อมาแล้ว เช่น เยอรมณี สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส จีน เป็นต้น
“ถ้าหากถูกโจมตีว่ารักษาไม่ได้ จะเก็บเอาไว้ทำไม ถ้าคนไข้อยากกิน แต่หมอบอกใช้ไม่ได้จะทำยังไง ก็ให้ประเทศไหนที่รักษาได้เอาไป”
หมอแสง เผยความรู้สึกในใจว่า แท้จริงก็ไม่ได้อยากขาย เนื่องจากเป็นห่วงคนไทยที่ไม่มีเงินรักษาโรคมะเร็ง แต่ถึงอย่างไรคงต้องพิจารณาก่อนว่า จะทนกระแสโจมตีได้นานแค่ไหน เพราะหากไม่ดีคงไม่เก็บสูตรไว้
เมื่อถามว่ารู้สึกน้อยใจกรณีหน่วยงานสาธารณสุขไม่ช่วยเหลือทั้งที่ประชาชนให้การตอบรับเป็นอย่างดีหรือไม่ หมอแสง กล่าวว่า ตั้งใจทำให้คนจนกิน แต่เมื่อผู้ใหญ่ไม่ออกมาช่วยเงียบกันหมด ก็ทำให้รู้สึกเบื่อเหมือนถูกโจมตีอย่างเดียว
แต่ถึงอย่างไรการแจกยาสมุนไพรบำบัดแก้โรคมะเร็งครั้งต่อไปวันที่ 2 พ.ค.2561 ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ยังคงจะมีขึ้น แต่หลังจากนั้นต้องพิจารณาว่าทำต่อหรือไม่ เพราะหากหน่วยงานรัฐบอกว่ารักษาไม่ได้ คงไม่หน้าด้านทำต่อไป และไม่อยากมีปัญหากับหน่วยงานสาธารณสุข
เมื่อถามว่าถ้าหากหน่วยงานรัฐสนใจเกิดอยากสนับสนุนในอนาคตสนใจหรือไม่ หมอแสง ทิ้งท้าย “เขาคงไม่อยากให้ผมทดลอง แต่อยากให้ขายอย่างเดียว”
สำหรับส่วนผสมหลักในตัวยาสมุนไพรของ หมอแสง ประกอบด้วย รำข้าว ข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ ถั่งเช่า รังนก เกสรดอกไม้ โดยนำทุกอย่างมาผสมให้เข้ากันและหมักไว้เป็นเวลา 6 เดือน ก่อนนำไปอัดเป็นเม็ดแจกจ่ายให้ประชาชน