posttoday

'ทีเส็บ' จัดประชุมสุดยอดผู้นำอุตสาหกรรม แสดงสินค้านานาชาติ โชว์ศักยภาพไทย

12 ตุลาคม 2567

ทีเส็บ จัดงานประชุมสุดยอดผู้นำอุตสาหกรรมการแสดงสินค้านานาชาติ “Exhibition Industry Summit 2024” ชูศักยภาพประเทศไทย พุ่งเป้าสู่อนาคต

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เดินหน้าจัดงาน Exhibition Industry Summit 2024 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “See Tomorrow Now” นับเป็นครั้งแรกกับการประชุมสุดยอดผู้นำอุตสาหกรรมการแสดงสินค้านานาชาติ (Exhibitions) ระดับโลกและภูมิภาค ที่มาร่วมรับฟังวิสัยทัศน์ แลกเปลี่ยนมุมมอง และแนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการแสดงสินค้าจากภาครัฐและภาคเอกชนของไทย นับเป็นเวทีสำคัญที่จะเชื่อมโยงนักธุรกิจระดับโลก สร้างโอกาสทางธุรกิจ และการลงทุน โดยมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 25 ตุลาคม 2567 ณ โรงแรม คาเพลลา กรุงเทพ 
 

ดร. ดวงเด็ด ย้วยความดี ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรมการแสดงสินค้านานาชาติ ทีเส็บ กล่าวว่า “ทีเส็บได้ริเริ่มการจัดงาน Exhibition Industry Summit 2024 ขึ้นเนื่องจากตระหนักดีว่า อุตสาหกรรมการแสดงสินค้านานาชาติ เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาการค้าและเศรษฐกิจของทั้งโลก  ประเทศไทยเรามีความพร้อม มีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมนี้ชัดเจน รวมทั้งมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการจัดงานแสดงสินค้าในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง  การประชุมสุดยอดนี้จึงเป็นเวทีที่ทุกคนในอุตสาหกรรมการแสดงสินค้านานาชาติทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศได้มาพบปะกัน และสร้างโอกาสทางธุรกิจและเศรษฐกิจร่วมกัน”

\'ทีเส็บ\' จัดประชุมสุดยอดผู้นำอุตสาหกรรม แสดงสินค้านานาชาติ โชว์ศักยภาพไทย

ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับฟังการบรรยายและการเสวนาโดยผู้นำอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตอย่างมีศักยภาพ และสามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน อาทิ สุขภาพ (Health & Wellness) โดยประเทศไทยเป็นที่รู้จักในฐานะศูนย์กลางของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Tourism) มีบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพสูงและได้มาตรฐานระดับสากล ในด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค  มีการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีมายกระดับอุตสาหกรรมเพื่อเข้าสู่ยุคยานยนต์แห่งอนาคต  รวมทั้งยังมีความแข็งแกร่งในด้านโลจิสติกส์ที่ทันสมัยและครบวงจร มีการลงทุนอย่างต่อเนื่องในโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ รถไฟความเร็วสูงในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ประกอบกับการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค จึงทำให้สามารถเชื่อมโยงการขนส่ง การค้า การลงทุนทั้งภูมิภาคเข้าด้วยกัน ประเทศไทยจึงมีความได้เปรียบทางการแข่งขันในฐานะที่เป็นตลาดที่มีศักยภาพต่อการดำเนินธุรกิจงานแสดงสินค้าเป็นอย่างมาก
 

อุตสาหกรรมการแสดงสินค้านานาชาติ (Exhibitions) เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ สามารถสร้างรายได้และดึงชาวต่างชาติให้เดินทางเข้ามาร่วมงานในประเทศไทยได้เป็นอย่างมาก โดยในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2567 (ตุลาคม 2566-กรกฎาคม 2567)  อุตสาหกรรมการแสดงสินค้านานาชาติ สร้างรายได้ให้แก่ประเทศมากถึง 18,872 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตร้อยละ 31 จากปีงบประมาณ 2566 และในด้านจำนวนผู้เข้าร่วมงานแสดงสินค้าก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยต่างชาติที่เดินทางเข้ามาร่วมงานแสดงสินค้าในประเทศไทยมีจำนวน 284,658 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 38 

ปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมความแข็งแกร่งและโดดเด่นให้แก่อุตสาหกรรมงานแสดงสินค้านานาชาติของไทย คือ ความพร้อมของสถานที่จัดงานที่สามารถรองรับการจัดงานได้ทุกรูปแบบ การเดินทางสะดวก บริการที่เป็นมิตร ซึ่งจะเห็นได้จากรายงานของสมาคมการแสดงสินค้าโลก (UFI) ล่าสุดในปี 2565 ประเทศไทยมีพื้นที่การจัดงานแสดงสินค้าเป็นอันดับที่ 1 ขยับขึ้นจากอันดับ 2 ของอาเซียน เมื่อเทียบกับปี 2564 และขยับขึ้นเป็นอันดับที่ 4 ของเอเชีย จากเดิมอันดับที่ 8  
การจัดงานในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสครั้งสำคัญของประเทศไทยและอุตสาหกรรมการแสดงสินค้านานาชาติ ของไทยที่จะได้แสดงศักยภาพและความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางการจัดงานแสดงสินค้าระดับโลก ไปพร้อมกับการแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์กับผู้นำระดับโลก เพื่อกระตุ้นให้เกิดงานแสดงสินค้านานาชาติใหม่ ๆ ที่จะจัดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต