
ไขรหัสความสำเร็จ บริหารเงินลงทุนสไตล์ "กรณ์ ณรงค์เดช"
การลงทุนไม่ใช่แค่เรื่องของการเลือกสินทรัพย์ที่ถูกต้อง หรือการไล่ตามผลตอบแทนที่สูงที่สุด แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่ "การบริหารเงิน" อย่างชาญฉลาด การรู้จักวางแผน จัดสรร และใช้เงินให้เกิดประโยชน์สูงสุดคือปัจจัยที่แยกนักลงทุนที่ "รวยขึ้น" ออกจากนักลงทุนที่ "ล้มเหลว"
"กรณ์ ณรงค์เดช" นักลงทุนและนักธุรกิจมากประสบการณ์คือหนึ่งในตัวอย่างของคนที่บริหารเงินลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยแนวคิดที่เฉียบคมและกลยุทธ์ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง แล้วอะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ?
ย้อนกลับไปในวัยเด็ก คุณกรณ์เล่าให้ "โพสต์ทูเดย์" ฟังว่า.. คุณแม่ของผม "คุณหญิงพรทิพย์ ณรงค์เดช" ท่านสอนผมเรื่องการลงทุน คุณแม่จะพูดว่ามีเงินให้ลงทุน "เพชร กับ ที่ดิน" ในยุคนั้นค่อนข้างอยู่ในเทรนด์การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีมาก เพียงแต่ในยุคปัจจุบันนี้การลงทุนในชุดเครื่องเพชรอาจไม่ได้แล้วเพราะว่าตอนนี้เพชรสามารถปลูกได้ ราคาตลาดเพชรพังไปแล้ว
ด้วยวัยที่ตอนนี้ผมมีครอบครัว ลูกสาวเพิ่งคลอด และลูกชายอยู่ในวัยเติบโต แนวทางการลงทุนของผมจึงมองหาการลงทุนที่ยั่งยืนต่อเนื่อง นั่นก็คือ "ทองคำ" ด้วยมุมมองส่วนตัวคาดว่า "ราคาทอง" ยังไปได้อีกไกล เมื่อเทียบกับช่วงสมัยเด็กๆตอนนั้นราคาทองเพียงบาทละ 3,000 บาท แต่ตอนนี้มากกว่า 40,000 บาท จึงมีแนวคิดลงทุนสะสมทองคำเพื่อลูก
ยิ่งไปกว่านั้นจะเห็นว่าทองคำเป็นความต้องการที่ทุกประเทศเก็บสะสมไว้อย่างต่อเนื่อง ถือว่าเทรนด์แข็งแรงสะท้อนผ่านราคาค่อนข้างแข็งแรงในระดับหนึ่ง
ขณะที่การลงทุนใหม่ๆ อย่าง คริปโตนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางการลงทุน เพียงแต่ส่วนตัวไม่เข้าใจเรื่องนี้มากนักอาจต้องให้หลานสอน แต่ถ้าเป็นอีก opportunity หนึ่งอาจต้องทำความเข้าใจ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่เข้าใจ
"การจะตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์ใดก็แล้วแต่ สิ่งหนึ่งที่ควรตระหนักคือเราต้องเข้าใจในเรื่องนั้นๆให้ดีเพื่อให้เสี่ยงน้อยที่สุดและมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากขึ้น ไม่ใช่ไม่เข้าใจ ไม่ศึกษาแล้วลงทุน อันนี้ถือว่าเสี่ยงสูง"
สมัยที่ผมเรียนต่อปริญญาโทด้านบริหารทรัพยากรบุคคลที่มหาวิทยาลัย London School of Economics (LSE) ประเทศอังกฤษ ช่วงเวลานั้น การลงทุนพวกอพาร์ทเม้นท์ถือว่าให้ผลตอบแทนที่ดี แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก
ส่วนตัวมองว่าการลงทุนอสังหาฯในอังกฤษอาจจะไม่ค่อยคุ้ม ด้วยเรื่องของภาษีปัจจุบันแพงขึ้นมาก, การย้ายฐานที่อยู่ไปประเทศอื่นค่อนข้างเยอะ คนมีเงินย้ายประเทศ ที่สำคัญ opportunity อาจจะน้อยลง
ดังที่บอกตั้งแต่แรกว่ายุคสมัยที่เปลี่ยนไป แนวคิดการลงทุนมีการปรับเปลี่ยนเช่นกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ทิ้งคือการซื้อที่ดิน เพียงแต่ต้องรอจังหวะ ด้วยราคาที่ดินในตอนนี้ค่อนข้างสูง ดังนั้นตนเองจึงหันมาลงทุนทองคำเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน "การลงทุนตราสารหนี้ (Bond)" ย่อมได้รับดอกเบี้ยดีกว่าฝากเงินในธนาคาร เพียงแต่ต้องเลือกให้ดีเช่นกัน
วิธีเลือกลงทุนตราสารหนี้ เรื่องแรก คือ ต้องเป็น "บริษัทที่มีชื่อเสียงที่ดี น่าเชื่อถือ" ถามว่าการอ่านบทวิเคราะห์ช่วยได้หรือไม่ก็ช่วยได้ในระดับหนึ่งแต่ไม่ใช่ทั้งหมดต้องพิจารณาเรื่องอื่นๆประกอบก้วยเช่นกัน
ต่อมาคือ พิจารณาปัจจัยพื้นฐานของบริษัท อ่านงบการเงินครบทุกมิติ และท้ายที่สุด คือ ใช้ประสบการณ์ส่วนตัวเข้ามาช่วยวิเคราะห์และแยกแยะ เพื่อที่จะเลือกลงทุนได้ถูกตัวมากขึ้น
"การลงทุนน้องจากดูบริษัท ดูงบการเงิน จากประสบการณ์ส่วนตัวเรื่องของดวงว่าเราถูกโฉลกกับบริษัทไหนก็เป็นอีกสิ่งที่ผมนำมาประกอบการตัดสินใจเช่นกัน ใช้วิธีสังเกตุได้ง่ายมาก สมมุติอย่างลงทุนในหุ้น ถ้าดวงไม่ถูกกัน เรามักจะไม่ประสบความสำเร็จในการลงทุนหุ้นตัวนั้น"
ปัจจุบัน "กรณ์ ณรงค์เดช" ดำรงตำแหน่ง กรรมการและประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ RML บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โครงการระดับอัลตราลักชัวรี่ พร้อมบริหารธุรกิจครอบครัว อาทิ บริษัท เคพีเอ็น แลนด์ จำกัด และ บริษัท เคพีเอ็น อวอร์ด จำกัด
สรุปแล้ว การลงทุนให้ประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ขึ้นอยู่กับ "วิธีคิดและการบริหารเงิน" แนวทางของ "กรณ์ ณรงค์เดช" แสดงให้เห็นว่า การวางแผนทางการเงินที่ดี การจัดสรรเงินลงทุนอย่างเหมาะสม และการมีวินัยทางการเงิน คือปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การลงทุนเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือมีประสบการณ์แล้ว หากสามารถนำแนวคิดเหล่านี้ไปปรับใช้ ย่อมเพิ่มโอกาสสู่ความมั่งคั่งและความสำเร็จในระยะยาว
ลงทุนอย่างมีเป้าหมาย บริหารเงินอย่างชาญฉลาด แล้วความสำเร็จจะเป็นของคุณ!